ผู้ใช้ Pinterest ส่วนใหญ่มักเข้ามาเพื่อหาไอเดีย ค้นหาสินค้า หรือมองหาวิธีแก้ปัญหาบางอย่างอยู่แล้ว นั่นหมายความว่าหลายคนมีความสนใจและพร้อมตัดสินใจซื้อในระดับหนึ่ง ทำให้ Pinterest เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่เหมาะมากสำหรับการทำ Affiliate Marketing
Affiliate Marketing เป็นวิธีสร้างรายได้จากคอนเทนต์ด้วยการแนะนำสินค้าที่สอดคล้องกับสิ่งที่ผู้คนกำลังค้นหาอยู่ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าเดินทางสำหรับทริปถัดไป อุปกรณ์ในครัวที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น หรือเครื่องมือสำหรับธุรกิจที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน คุณสามารถสร้างพินที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ เพื่อดึงดูดผู้ชมและสร้างรายได้แบบ Passive Income ได้ โดยไม่จำเป็นต้องขายตรงจนดูเป็นการยัดเยียด
อย่างไรก็ตาม การทำ Affiliate บน Pinterest ให้ได้ผลนั้นมีทั้งสิ่งที่ควรทำและควรหลีกเลี่ยง พินที่ดูเป็นสแปม ขาดคุณภาพ หรือสร้างขึ้นแบบไม่ใส่ใจ อาจทำให้ผู้ติดตามหมดความเชื่อถือ และอาจส่งผลต่อสถานะบัญชีของคุณได้ หากต้องการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน พร้อมรักษาบัญชีให้เป็นไปตามแนวทางของ Pinterest คุณควรเน้นการสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณค่า เป็นประโยชน์ และตอบโจทย์ผู้ใช้งานจริง ซึ่งบทความนี้จะพาคุณไปเรียนรู้วิธีทำทีละขั้นตอน
การทำ Affiliate บน Pinterest คืออะไร?
Pinterest เป็นแพลตฟอร์มที่ให้ผู้ใช้ค้นหาและบันทึกคอนเทนต์ในรูปแบบ “พิน” ซึ่งอาจเป็นรูปภาพ วิดีโอ หรือเนื้อหาที่ลิงก์ไปยังเว็บไซต์ภายนอกได้ ผู้ใช้สามารถบันทึกพินที่สนใจไว้ในบอร์ด เพื่อรวบรวมไอเดีย วางแผนโปรเจกต์ หรือสร้างรายการสิ่งที่อยากซื้อในอนาคต
การทำ Affiliate บน Pinterest คือการโปรโมตสินค้าหรือบริการผ่านพิน พร้อมแนบลิงก์แอฟฟิลิเอตของคุณ เมื่อมีผู้ใช้งานคลิกผ่านลิงก์และดำเนินการซื้อสินค้าหรือใช้บริการตามเงื่อนไขของโปรแกรม คุณจะได้รับค่าคอมมิชชันจากการแนะนำดังกล่าว
สิ่งที่ทำให้ Pinterest แตกต่างจากแพลตฟอร์มอย่าง Instagram หรือ TikTok คือผู้ใช้ส่วนใหญ่มักเข้ามาพร้อมจุดประสงค์ในการค้นหาข้อมูลหรือแรงบันดาลใจ ไม่ได้เลื่อนดูคอนเทนต์แบบผ่านๆ เท่านั้น หลายคนกำลังมองหาสินค้าหรือวิธีแก้ปัญหาเฉพาะเจาะจง เช่น กระเป๋าเดินทางสำหรับทริปใหม่ อุปกรณ์จัดระเบียบบ้าน เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน หรือไอเดียตกแต่งพื้นที่ต่างๆ
เมื่อคุณเลือกแนะนำสินค้าที่สอดคล้องกับสิ่งที่ผู้คนกำลังค้นหาอยู่ การทำ Affiliate บน Pinterest จึงเปรียบเสมือนการเชื่อมโยงผู้ใช้ซึ่งเป็นตลาดเฉพาะ เข้ากับคำตอบหรือทางเลือกที่พวกเขากำลังมองหา หากคุณสนใจตลาดที่เน้นการนำเสนอด้วยภาพ เช่น การท่องเที่ยว การแต่งบ้าน สุขภาพและความเป็นอยู่ อาหาร แฟชั่น หรือไลฟ์สไตล์ Pinterest ก็มีฐานผู้ใช้งานที่พร้อมมีส่วนร่วมกับคอนเทนต์เหล่านี้อยู่จำนวนมาก
Pinterest เหมาะสำหรับทำ Affiliate Marketing ยังไง?
Pinterest มีผู้ใช้งานกว่า 570 ล้านคนต่อเดือน ซึ่งส่วนใหญ่เปิดใจพร้อมซื้อสินค้าจากสิ่งที่ค้นพบในแพลตฟอร์ม และตัวเลขนี้ยังคงเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี
สำหรับนักการตลาดแอฟฟิลิเอต Pinterest คือเครื่องมือชั้นดีในการดึงทราฟฟิกไปยังคอนเทนต์ ไม่ว่าจะเป็นบล็อก หน้าแลนดิ้งสำหรับแอฟฟิลิเอต หรือ วิดีโอบน YouTube
และด้านล่างนี้คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Pinterest เป็นช่องทางที่น่าสนใจในการทำ Affiliate Marketing
- ผู้ใช้งานมีแนวโน้มพร้อมซื้อสูง: ผู้ใช้ Pinterest มักอยู่ในช่วงกำลังค้นหาสินค้าหรือไอเดียใหม่ๆ โดย 80% ของผู้ใช้ที่ใช้งานทุกสัปดาห์ มีเจตนาจะซื้อของ ตามข้อมูลจาก Pinterest
- เป็นแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วยภาพ: ธรรมชาติของ Pinterest คือมีเนื้อหาเป็นภาพ ทำให้สามารถนำเสนอสินค้าได้อย่างสวยงามและดึงดูดสายตา ส่งผลให้เกิดการคลิกมากขึ้น
- คอนเทนต์มีอายุการใช้งานนาน: ต่างจากแพลตฟอร์มอื่นที่โพสต์มักหายไปภายในไม่กี่ชั่วโมง แต่ Pins บน Pinterest สามารถสร้างทราฟฟิกได้นานหลายเดือนหรือเป็นปี
- แพลตฟอร์มลงทุนด้านคอมเมิร์ซอย่างจริงจัง: Pinterest ทำรายได้ทะลุ 1,000 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 4 ปี 2024 ขับเคลื่อนด้วยฟีเจอร์ช้อปปิ้งที่ใช้ AI ซึ่งเป็นประโยชน์โดยตรงต่อนักการตลาดแอฟฟิลิเอต
- เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเฉพาะได้ตรงความสนใจ: Pinterest มีระบบกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่แม่นยำ ทำให้สามารถเข้าถึงผู้ใช้ตามเพศ อายุ ความสนใจ และพฤติกรรมเฉพาะกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ยิ่งมีคนเห็นคอนเทนต์และคลิกลิงก์แอฟฟิลิเอตของคุณมากเท่าไร โอกาสในการสร้างยอดขายและรับค่าคอมมิชชันก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Pinterest กลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางยอดนิยมสำหรับนักการตลาดสาย Affiliate ในปัจจุบัน
เข้าใจกลุ่มผู้ใช้งาน Pinterest ก่อนเริ่มทำ Affiliate
การทำความเข้าใจว่าผู้ใช้งาน Pinterest เป็นใคร จะช่วยให้คุณเลือกสินค้า วางกลยุทธ์คอนเทนต์ และทำ Affiliate บน Pinterest ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- ช่วงอายุ: Gen Z ปัจจุบันคิดเป็นมากกว่า 50% ของฐานผู้ใช้ Pinterest ถือเป็นกลุ่มประชากรที่ใหญ่ที่สุดและเติบโตเร็วที่สุด ทำให้แพลตฟอร์มนี้มีคุณค่าทั้งสำหรับการเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่และนักช้อปที่มีกำลังซื้อ
- เพศ: Pinterest ยังคงดึงดูดผู้ใช้งานจากทุกกลุ่มเพศ ช่วยขยายฐานผู้ชมที่เป็นไปได้ให้กว้างขึ้น
- รายได้: ผู้ใช้งาน Pinterest จำนวนมากมีรายได้ครัวเรือนในระดับสูง ซึ่งหมายความว่ามีแนวโน้มจะซื้อสินค้าและบริการที่มีมูลค่าสูงมากขึ้น โปรแกรมแอฟฟิลิเอตที่มีราคาสินค้าสูงจึงมักทำผลงานได้ดีบนแพลตฟอร์มนี้
💡กำลังมองหาโปรแกรมแอฟฟิลิเอตใหม่ๆ อยู่ใช่หรือไม่? เรารวมไว้ให้แล้วที่นี่ กว่า 50 โปรแกรมที่ให้ค่าคอมมิชชันสูง พร้อมให้เริ่มสร้างรายได้ได้เลย!
11 เทคนิคทำ Affiliate บน Pinterest ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
หากต้องการสร้างรายได้จาก Pinterest อย่างต่อเนื่อง การสร้างพินเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ คุณควรเข้าใจวิธีเพิ่มการมองเห็น ดึงดูดผู้ชมที่ตรงกลุ่ม และปรับปรุงผลลัพธ์อย่างสม่ำเสมอ ต่อไปนี้คือ 11 เทคนิคสำคัญที่ช่วยให้การทำ Affiliate บน Pinterest มีประสิทธิภาพมากขึ้น
- สร้างหลาย Pins ต่อโพสต์
- ลองใช้รูปแบบ Pins ที่หลากหลาย
- เปิดใช้งาน Rich Pins
- ตั้งเวลาโพสต์ Pins ล่วงหน้า
- ปักหมุดลงใน Group Boards
- ปรับแต่ง SEO ให้เหมาะสม
- ปรับโปรไฟล์ Pinterest ให้พร้อมใช้งาน
- สร้างลิสต์อีเมล
- วิเคราะห์ประสิทธิภาพของ Pins
- โปรโมต Pins ที่ให้ผลลัพธ์ดี
- แท็กสินค้าใน Pins
1. สร้างหลาย Pins ต่อโพสต์
ทุกครั้งที่สร้างโพสต์สำหรับการทำ Affiliate ควรทำหลาย Pins ที่ใส่ลิงก์แอฟฟิลิเอตเดียวกัน เพราะยิ่งมี Pins มากเท่าไหร่ โอกาสที่ผู้ชมจะมีส่วนร่วมกับคอนเทนต์ก็ยิ่งมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการบันทึก (Save) การคลิก ชมวิดีโอ คอมเมนต์ หรือกดติดตาม โดยเกณฑ์ของการมีส่วนร่วมที่ดีมักเริ่มต้นที่ประมาณ 1%
สามารถค้นหา Pins บน Pinterest ด้วยคีย์เวิร์ดหรือวลีที่เกี่ยวข้อง ลองดูผลลัพธ์ในหมวดหมู่หรือกลุ่มตลาด จะเห็นว่ามีตัวอย่างคอนเทนต์ให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ภาพขาวดำไปจนถึงกราฟิกสีสันสดใส
Kelsey Bang เจ้าของร่วมของ Walls Need Love บอกว่าต้องถามตัวเองว่า เทรนด์ตอนนี้คืออะไร? คนกำลัง Pin อะไรและอยากได้อะไรไปไว้ในบ้าน?
ผลการค้นหาบน Pinterest เมื่อใช้คำค้น ไอเดียจัดออฟฟิศ
"คุณสามารถใช้กลยุทธ์การสร้างหลาย Pins เพื่อขยายคีย์เวิร์ดให้หลากหลายมากขึ้น" — R.J. Weiss นักการตลาดแอฟฟิลิเอตสายการเงิน กล่าว "เช่น ถ้ามีโพสต์เกี่ยวกับการหาเงิน สามารถสร้าง Pins ที่ใส่คีย์เวิร์ดหลากหลายซึ่งตรงกับเจตนาการค้นหา เช่น อาชีพเสริม หรือ หารายได้พิเศษ และทั้งหมดนี้สามารถลิงก์กลับไปยังหน้าเดียวกันในเว็บไซต์ได้"
ไม่มีข้อกำหนดว่าจะสร้าง Pins แอฟฟิลิเอตได้กี่แบบต่อหนึ่งคอนเทนต์หรือหนึ่งลิงก์ สิ่งสำคัญคือกราฟิกต้องมีคุณภาพและโดดเด่นจนสะดุดตา ลองปรับรูปแบบให้หลากหลาย เช่น
- ภาพแนวตั้งและแนวนอน
- ภาพขาวดำและภาพสี
- ภาพสต็อกและกราฟิก
- คอนเทนต์ที่เน้นข้อความ และคอนเทนต์ที่เน้นภาพเป็นหลัก
การสร้าง Pins ใหม่อาจใช้เวลาค่อนข้างมาก Bryan Maniotakis เจ้าของแบรนด์ Minimal Goods ซึ่งคัดสรรสินค้าไลฟ์สไตล์สไตล์มินิมอลสำหรับบ้านและออฟฟิศ ได้ใช้ระบบอัตโนมัติเพื่อประหยัดเวลาในการสร้าง Pinterest Pins
"ตอนนี้ผมใช้เครื่องมืออัตโนมัติในการสร้างแบนเนอร์ Pinterest โดยระบบจะตรวจจับว่าเว็บไซต์มีบทความใหม่ แล้วสร้าง Pin ให้อัตโนมัติ" — Bryan Maniotakis กล่าว "มันช่วยประหยัดเวลาได้เยอะมากในแต่ละเดือน เพราะไม่ต้องมานั่งทำภาพเองทีละชิ้นอีกต่อไป"
Placid สร้างภาพ Pinterest โดยอัตโนมัติตามเนื้อหา
2. ลองใช้รูปแบบ Pins ที่หลากหลาย
ลองสร้าง Pins หลายประเภท เช่น อินโฟกราฟิก วิดีโอ และคารูเซล Pins โดยความหลากหลายนี้จะช่วยให้เข้าถึงผู้ชมที่กว้างขึ้น และทำให้คอนเทนต์ดูสดใหม่อยู่เสมอ
แต่ละรูปแบบเหมาะกับสถานการณ์ที่ต่างกัน ดังนี้
- พินภาพ: เหมาะสำหรับโชว์สินค้า เปรียบเทียบก่อน/หลัง หรือคอลเลกชันที่ภาพเดียวบอกเรื่องราวได้ครบ
- พินวิดีโอ: เหมาะสำหรับสอนวิธีใช้งาน สาธิตสินค้า หรือคอนเทนต์ที่ต้องการความเคลื่อนไหวเพื่อเพิ่มคุณค่า
- พินไอเดีย: เหมาะสำหรับกระบวนการหลายขั้นตอน คู่มือสไตล์ รวมสินค้าตามฤดูกาล ไกด์ของขวัญ หรือคอนเทนต์เล่าเรื่องที่ต้องการหลายหน้า
- คารูเซลพิน: เหมาะสำหรับเปรียบเทียบสินค้า แสดงฟีเจอร์ต่างๆ หรือคอลเลกชันที่ผู้ใช้ได้ประโยชน์จากการสไวป์ดู
- ริชพิน: Pins แบบไดนามิกที่สามารถซิงก์ข้อมูลสินค้ากับเว็บไซต์ได้โดยอัตโนมัติ
3. เปิดใช้งาน Rich Pins
Rich Pins จะดึงข้อมูลจากเว็บไซต์โดยอัตโนมัติ ช่วยให้ผู้ใช้งานตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น
Rich Pins จะแสดงรายละเอียดเพิ่มเติมมากกว่า Pin รูปภาพทั่วไป เช่น ราคา สถานะสินค้า หรือข้อมูลบทความ ทำให้ Pin โดดเด่นบนฟีดและมีโอกาสได้รับความสนใจมากขึ้น
คุณสามารถเปิดใช้งาน Rich Pins สำหรับเนื้อหาประเภทต่างๆ ได้ดังนี้
- สินค้า: แสดงราคาและสถานะสินค้าล่าสุดบน Pin โดยอัตโนมัติ
- สูตรอาหาร: แสดงเวลาในการปรุง คะแนนรีวิว วัตถุดิบ และจำนวนเสิร์ฟ
- บทความ: แสดงหัวข้อบทความ คำอธิบาย และชื่อผู้เขียน
การตั้งค่า Rich Pins ทำเพียงครั้งเดียวเท่านั้น หลังจากเปิดใช้งานเรียบร้อยแล้ว Pins ที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขจากเว็บไซต์จะถูกแสดงเป็น Rich Pins โดยอัตโนมัติในอนาคต
4. ตั้งเวลาโพสต์ Pins ล่วงหน้า
หนึ่งในเคล็ดลับที่ช่วยประหยัดเวลาในการทำ Affiliate บน Pinterest คือการตั้งเวลาโพสต์ล่วงหน้า แอปจัดการอัตโนมัติเช่น Tailwind, Later , และ Hootsuite ช่วยให้กำหนดเวลาที่ต้องการโพสต์ เพิ่มเนื้อหาใหม่ลงในคิว แล้วระบบจะโพสต์ Pins ลงบอร์ดให้โดยอัตโนมัติ
การตั้งเวลาโพสต์ล่วงหน้าจะช่วยเพิ่มโอกาสให้คอนเทนต์เข้าถึงผู้ใช้ในช่วงเวลาที่ออนไลน์มากที่สุด
5. ปักหมุดลง Group Boards
บน Pinterest ไม่จำเป็นต้องมีแค่บอร์ดส่วนตัว เพราะยังมี Group Board ที่เปิดให้หลายบัญชีสามารถแชร์คอนเทนต์ร่วมกันได้ ซึ่งข้อดีคือช่วยให้ Pins มีโอกาสถูกเห็นมากขึ้น เนื่องจากแต่ละคนในบอร์ดจะช่วยโปรโมตคอนเทนต์ให้กันและกัน
สามารถค้นหา Group Board ที่เกี่ยวข้องกับหมวดสินค้าหรือกลุ่มเป้าหมายได้ผ่านเครื่องมืออย่าง Pingroupie
อ่านคำอธิบายของ Group Board เพื่อดูว่าต้องทำอย่างไรถึงจะเข้าร่วมได้ บางบอร์ดอาจกำหนดให้ต้องติดตามเจ้าของบอร์ดก่อน จึงจะสามารถขอเข้าร่วมได้
อย่าลืมตรวจสอบเงื่อนไขการโพสต์คอนเทนต์ด้วย เพราะบางบอร์ดไม่อนุญาตให้ใส่ลิงก์แอฟฟิลิเอตโดยตรงไปยังหน้าสินค้า สามารถเลี่ยงได้โดยลิงก์ไปที่บทความบล็อกหรือวิดีโอ YouTube แทน
6. ปรับแต่ง SEO ให้เหมาะสม
Pinterest ทำหน้าที่เหมือนเสิร์ชเอนจินที่เน้นภาพ ซึ่งก็หมายถึงคุณควรปรับโปรไฟล์ให้เหมาะกับการเสิร์ช เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้ซื้อที่มีอยู่แล้วและกลุ่มที่กำลังค้นหาสินค้าอย่างจริงจัง
เริ่มต้นด้วยการใช้หลักการ SEO พื้นฐาน เช่น การเลือกคีย์เวิร์ดที่สะท้อนความตั้งใจในการซื้อ (Purchase Intent) การใช้ Rich Pins และการเพิ่มข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน เพื่อช่วยให้ Pinterest เข้าใจเนื้อหาและแสดง Pins ของคุณต่อกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสมมากขึ้น นอกจากจะช่วยเพิ่มการเข้าชมเว็บไซต์แล้ว ยังช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์และเพิ่มการมีส่วนร่วมจากผู้ใช้งานได้อีกด้วย
อัลกอริทึมของ Pinterest จะจับคู่ Pins กับคีย์เวิร์ด ดังนั้นควรเริ่มจากการค้นหาคำที่กลุ่มเป้าหมายใช้จริง มีเครื่องมือช่วยวิจัยคีย์เวิร์ดหลายตัวที่สามารถใช้งานได้ฟรี เช่น Ahrefs, Moz Keyword Explorer หรือ Keyword Everywhere
Matt Lally ผู้ก่อตั้ง MattyAds แนะนำว่า ควรมองหาคีย์เวิร์ดบน Pinterest ที่มีปริมาณการค้นหาระหว่าง 10,000–100,000 ครั้งต่อเดือน เนื่องจากเป็นช่วงที่มีความต้องการค้นหาสูงพอสมควร แต่ยังไม่แข่งขันรุนแรงจนเกินไปสำหรับบัญชีใหม่
Matt แนะนำเพิ่มเติมว่าให้ลองนำคีย์เวิร์ดนั้นไปค้นหาบน Pinterest เพื่อดูว่าสไตล์ของคอนเทนต์แบบไหนที่ติดอันดับ แล้วสร้างเวอร์ชันของตัวเองขึ้นมา 4–6 แบบ
เมื่อได้คีย์เวิร์ดมาแล้ว พื้นที่สำคัญที่ควรใส่คีย์เวิร์ดบน Pinterest ได้แก่
- โปรไฟล์ Pinterest: ใส่คีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาหลักของบัญชีในส่วนคำอธิบายโปรไฟล์ (Bio) เพื่อช่วยให้ Pinterest เข้าใจว่าบัญชีของคุณเกี่ยวข้องกับหัวข้อใด ตัวอย่างเช่น หากโปรโมตผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพ อาจใช้คำว่า "สุขภาพผู้หญิง" หรือ "เคล็ดลับดูแลสุขภาพ"
- คำอธิบาย Pin: ใช้คีย์เวิร์ดที่เจาะจงกับเนื้อหาแต่ละ Pin มากขึ้น เช่น หากเป็นบทความสอนผูกเชือกรองเท้า ควรใส่คำว่า "วิธีผูกเชือกรองเท้า" หรือ "How to" ลงในคำอธิบาย
- คำอธิบายบอร์ด: บอร์ดควรใช้คีย์เวิร์ดที่เฉพาะเจาะจงกว่าระดับโปรไฟล์ แต่กว้างกว่า Pin ตัวอย่างเช่น "ไอเดียรองเท้าแฟชั่น" หรือ "เคล็ดลับสุขภาพสำหรับผู้หญิง"
โดยทั่วไป ควรให้ความสำคัญกับคีย์เวิร์ดที่มีปริมาณการค้นหาระหว่าง 10,000–100,000 ครั้งต่อเดือนบน Pinterest เพราะเป็นช่วงที่สร้างสมดุลระหว่างโอกาสในการเข้าถึงและระดับการแข่งขันได้ดีที่สุด
💡ทิปส์: ลองใช้ Pinterest Trends เพื่อติดตามแนวโน้มการค้นหาและวางแผนสร้างคอนเทนต์ล่วงหน้าหลายเดือน โดยเฉพาะคอนเทนต์ตามฤดูกาลหรือเทศกาลสำคัญ ซึ่งมักได้รับความนิยมสูงในช่วงเวลาที่กำลังจะมาถึง
7. ปรับโปรไฟล์ Pinterest ให้พร้อมใช้งาน
โปรไฟล์ที่ตั้งค่าอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ Pins มองเห็นได้มากขึ้นและเข้าถึงผู้ชมได้กว้างขึ้น ลองปรับตามเคล็ดลับด้านล่างนี้
- เลือกยูสเซอร์เนมที่ค้นหาง่าย: ใช้ชื่อที่จำง่ายและสื่อถึงสิ่งที่ทำ ถ้าเป็นไปได้ให้ใส่คีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมายลงไปด้วย
- เขียนไบโอที่มีคีย์เวิร์ด: บอกให้ชัดว่าทำอะไร อยู่ในสายไหน และใช้คำที่คนมักจะใช้ค้นหา
- สร้างบอร์ดให้ตรงกับคอนเทนต์: แยก Pins เป็นหมวดหมู่ชัดเจน ตั้งชื่อบอร์ดให้อ่านเข้าใจง่าย และตรงกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย
- เปิดใช้ Pinterest Shopping: ถ้ามีร้านค้าออนไลน์ เปิดฟีเจอร์นี้เพื่อให้คนสามารถสั่งซื้อสินค้าจาก Pins ได้เลย
เชื่อมต่อร้าน Shopify เพื่อโพสต์ Product Pins ได้ทันที และทำให้ประสบการณ์ซื้อของลูกค้าบน Pinterest รวดเร็วและสะดวกยิ่งขึ้น
8. สร้างลิสต์อีเมล
Monica Lent ผู้ก่อตั้ง Affilimate มองว่า Pinterest อาจเป็นแพลตฟอร์มที่ท้าทายสำหรับนักทำแอฟฟิลิเอต เพราะผู้ใช้ส่วนใหญ่มักใช้เพื่อวางแผนหรือหาแรงบันดาลใจมากกว่าที่จะซื้อของทันที
"คนส่วนใหญ่บน Pinterest ไม่ได้เข้ามาเพื่อแก้ปัญหาทันที แล้วซื้อของเลย" Monica กล่าว "มักวางแผนล่วงหน้า ซึ่งนานเกินกว่าคุกกี้ของแอฟฟิลิเอตจะมีผลเสียอีก"
Monica แนะนำว่า เมื่อได้รับอีเมลของผู้เข้าชมแล้ว คุณสามารถใช้แคมเปญอีเมลแบบอัตโนมัติ (Drip Email Campaign) เพื่อให้ข้อมูล สร้างความน่าเชื่อถือ และค่อยๆ แนะนำสินค้า Affiliate ที่เกี่ยวข้องในเวลาที่เหมาะสม
วิธีเริ่มต้นที่ง่ายที่สุดคือการเพิ่มแบบฟอร์มสมัครรับอีเมลบนหน้า Landing Page จากนั้นมอบสิ่งจูงใจให้ผู้ใช้งานสมัครสมาชิก เช่น คู่มือหรือเนื้อหาพิเศษดาวน์โหลดฟรี ส่วนลดสำหรับการสั่งซื้อครั้งแรก คูปองหรือสิทธิประโยชน์พิเศษ เทมเพลต เครื่องมือ หรือทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมาย
เมื่อมีรายชื่ออีเมลแล้ว ควรวางแผนแคมเปญอีเมลส่งคอนเทนต์ที่มีประโยชน์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อรักษาความสัมพันธ์กับผู้ติดตาม สร้างความไว้วางใจ และเพิ่มโอกาสในการเปลี่ยนผู้สนใจให้กลายเป็นลูกค้าในระยะยาว
เมื่อเข้าไปที่เว็บไซต์ Thesus ผู้เข้าชม Pinterest สามารถเลือกสมัครรับอีเมลของแบรนด์ Thesus Outdoors
9. วิเคราะห์ประสิทธิภาพของ Pins
หัวใจสำคัญของการทำ Pinterest Affiliate Marketing ให้ประสบความสำเร็จ คือการเข้าใจว่าคอนเทนต์แบบใดได้รับความสนใจจากผู้ชมและสร้างผลลัพธ์ได้ดีที่สุด คุณสามารถใช้ Pinterest Analytics ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลของ Pinterest เพื่อติดตามผลการดำเนินงานในแต่ละเดือน ตรวจสอบ Pins ที่มีผลงานโดดเด่น พฤติกรรมการมีส่วนร่วมของผู้ใช้งาน และหัวข้อที่กลุ่มเป้าหมายสนใจ เพื่อค้นหาแนวทางในการปรับปรุงกลยุทธ์คอนเทนต์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ตัวชี้วัดสำคัญที่นักการตลาดแบบ Affiliate ควรติดตาม ได้แก่
การมีส่วนร่วม
ติดตามตัวเลขสำคัญ เช่น จำนวนการแสดงผล (Impressions) จำนวนคลิก (Clicks) และจำนวนการบันทึก Pin (Saves) เพื่อทำความเข้าใจว่าคอนเทนต์ประเภทใดได้รับความสนใจจากกลุ่มเป้าหมาย และคอนเทนต์ประเภทใดที่ควรปรับปรุง
อัตราการคลิก
ติดตามอัตราการคลิก (CTR) ของ Pins วัดได้ว่ามีผู้ใช้งานกี่คนที่เห็นคอนเทนต์แล้วคลิกไปยังเว็บไซต์ของพาร์ตเนอร์แอฟฟิลิเอต บาง Pin อาจดึงดูดสายตาได้ดี แต่บาง Pin อาจโน้มน้าวให้คนคลิกได้มากกว่า นอกจากนี้คุณยังสามารถรู้ได้ว่ากี่เปอร์เซ็นต์ของคนที่เห็น Pin แล้วคลิก? มีบาง Pin ที่ได้คลิกมากกว่าเฉลี่ยหรือไม่? หรือ Pin ที่มีคำแนะนำหรือรีวิวจากบล็อกเกอร์/อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ดึงทราฟฟิกได้มากกว่าจริงหรือเปล่า?
คอนเวอร์ชัน
ใช้แดชบอร์ดจากพาร์ตเนอร์แอฟฟิลิเอตเพื่อติดตามยอดขายหรือ Conversion ที่มาจาก Pinterest การรู้ว่า Pin ไหนปิดการขายได้ จะช่วยให้วางแผนคอนเทนต์ในอนาคตได้ดีขึ้น อย่าลืมใช้ลิงก์ที่มีโค้ดติดตาม (tracking code) เฉพาะในแต่ละ Pin
นอกจากนี้ ควรให้ความสำคัญกับสินค้าที่ได้รับการโปรโมตอย่างต่อเนื่องแต่มีอัตราคอนเวอร์ชันต่ำ รวมถึงสินค้าที่แทบไม่ได้โปรโมตแต่กลับสร้างยอดขายได้ดี เพราะข้อมูลเหล่านี้อาจช่วยค้นพบโอกาสใหม่ๆ ในการสร้างรายได้
Pinterest Analytics มีตัวชี้วัดหลัก 4 รายการที่สำคัญสำหรับนักการตลาดแบบ Affiliate ได้แก่
- Impressions จำนวนครั้งที่ Pinterest แสดง Pin ของคุณให้ผู้ใช้งานเห็น
- Saves จำนวนครั้งที่ผู้ใช้งานบันทึก Pin ลงในบอร์ดของตนเอง ซึ่งสะท้อนถึงความสนใจและโอกาสในการกลับมาซื้อในอนาคต
- Clicks จำนวนครั้งที่ผู้ใช้งานคลิกบน Pin
- Outbound Clicks จำนวนคลิกที่พาผู้ใช้งานออกจาก Pinterest ไปยังเว็บไซต์ปลายทาง ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญที่สุดสำหรับ Affiliate Marketing
โดยเฉพาะ Outbound Click Rate และ Saves ควรได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เพราะช่วยสะท้อนทั้งความตั้งใจซื้อในปัจจุบันและโอกาสในการกลับมาซื้อในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลวิเคราะห์จะไม่มีประโยชน์หากไม่มีการนำไปปรับใช้จริง หลังจากวิเคราะห์ผลลัพธ์แล้ว ควรนำข้อมูลมาปรับกลยุทธ์คอนเทนต์ ทดลองรูปแบบ Pins ใหม่ๆ เปลี่ยนคีย์เวิร์ด หรือปรับช่วงเวลาโพสต์ เพื่อค้นหาสิ่งที่สร้างผลลัพธ์ดีที่สุดสำหรับกลุ่มเป้าหมายของคุณ
10. โปรโมต Pins ที่ให้ผลลัพธ์ดี
หากต้องการขยายผลลัพธ์จากคอนเทนต์ที่มีประสิทธิภาพอยู่แล้ว การใช้โฆษณาบน Pinterest ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยเพิ่มการเข้าถึงและดึงดูดผู้ชมกลุ่มใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แทนที่จะโปรโมตทุก Pin ควรเลือก Pins ที่ให้ผลลัพธ์โดดเด่น ซึ่งคุณจะสามารถมองเห็นข้อมูลนี้ได้จาก Pinterest Analytics เช่น Pins ที่มีอัตราการคลิกสูง จำนวนการบันทึกมาก หรือสร้างยอดเข้าชมเว็บไซต์ได้ดี จากนั้นนำมาโปรโมตเพิ่มเติมผ่านระบบโฆษณาของ Pinterest
Pinterest ระบุว่าโฆษณาที่มักทำผลงานได้ดีบนแพลตฟอร์มมีลักษณะดังนี้
- เป็นภาพแนวตั้ง ความละเอียดสูง
- แสดงแบรนด์อย่างชัดเจน
- ลิงก์ใช้งานได้จริงและไม่เสีย
- ข้อความกระชับ ชัดเจน
การโปรโมต Pins ที่ทำผลงานได้ดี ร่วมกับ Pins แบบออร์แกนิก ช่วยเพิ่มทราฟฟิกและขยายกลุ่มผู้ติดตามได้มากขึ้น สามารถใช้ Sponsored Pins เพื่อโปรโมตลิงก์แอฟฟิลิเอตโดยตรง หรือส่งผู้ชมกลับไปที่คอนเทนต์แอฟฟิลิเอตก็ได้เช่นกัน
11. แท็กสินค้าใน Pins
Pinterest มีฟีเจอร์ช้อปปิ้งในตัวที่ช่วยให้คุณสามารถแท็กสินค้าได้โดยตรงบน Pins ทำให้ผู้ใช้งานเข้าถึงสินค้าที่สนใจได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องผ่านหลายขั้นตอน ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญสำหรับการทำ Affiliate Marketing เพราะยิ่งมีขั้นตอนก่อนการซื้อเพิ่มขึ้นมากเท่าไร โอกาสในการได้รับค่าคอมมิชชันก็มักจะลดลงตามไปด้วย
แทนที่จะพาผู้ใช้งานไปยังบทความหรือหน้าเว็บไซต์หลายต่อ คุณสามารถแสดงสินค้าให้เห็นอย่างชัดเจนภายใน Pin พร้อมเชื่อมโยงไปยังหน้าที่เกี่ยวข้องได้ทันที ช่วยให้ผู้สนใจเข้าถึงข้อมูลและตัดสินใจได้สะดวกยิ่งขึ้น
สำคัญที่สุด อย่าลืมเปิดเผยลิงก์แอฟฟิลิเอตเสมอ เพราะ Pinterest ต้องการความโปร่งใส และผู้ติดตามก็เช่นกัน การใส่ข้อความสั้นๆ ว่า "โพสต์นี้มีลิงก์แอฟฟิลิเอต" ช่วยให้ปฏิบัติตามกฎได้อย่างถูกต้องและสร้างความเชื่อมั่นกับผู้ชม
วิธีแท็กสินค้าใน Pins มีดังนี้
- ใช้บัญชีธุรกิจ: ต้องมีบัญชี Pinterest แบบธุรกิจเพื่อเข้าถึงฟีเจอร์แท็กสินค้า
- สร้างพินไอเดีย: อัปโหลดภาพหรือวิดีโอตามปกติ
- แตะไอคอนสติกเกอร์: แตะปุ่ม Sticker บนหน้าจอแก้ไข แล้วเลือก "Product Tag"
- ค้นหาสินค้าที่ต้องการ: ถ้าแบรนด์มีแคตาล็อกบน Pinterest ให้ค้นหาสินค้าโดยตรง หรือเลือก "Use a Link" แล้ววางลิงก์แอฟฟิลิเอต
- ปรับตำแหน่งแท็ก: เลื่อนแท็กให้อยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นง่ายโดยไม่บังภาพสำคัญ
- เพิ่มบริบท: อธิบายในคำอธิบาย Pin ว่าทำไมถึงชอบสินค้านี้และช่วยผู้ชมได้อย่างไร
- โพสต์และเปิดเผย: ใส่ข้อความเปิดเผยสั้นๆ เช่น "โพสต์นี้มีลิงก์แอฟฟิลิเอต" เพื่อให้ถูกต้องตามกฎ
เพียงเท่านี้ เมื่อคนแตะ Idea Pin ก็สามารถช้อปได้ทันที
แนวทางที่ดีสำหรับการทำ Affiliate บน Pinterest
- เปิดเผยลิงก์ Affiliate อย่างชัดเจน ระบุความสัมพันธ์กับแบรนด์หรือโปรแกรม Affiliate ในคำอธิบาย Pin โดยใช้แฮชแท็ก เช่น #affiliate หรือ #sponsored
- มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าให้ผู้ชม แชร์คอนเทนต์ที่เป็นประโยชน์ ให้ข้อมูล หรือสร้างแรงบันดาลใจ มากกว่าการมุ่งขายสินค้าเพียงอย่างเดียว
- โพสต์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้คอนเทนต์สดใหม่และรักษาการมีส่วนร่วมจากผู้ติดตาม โดยอาจใช้เครื่องมือตั้งเวลาโพสต์ล่วงหน้าเพื่อช่วยวางแผนการเผยแพร่
- ทดสอบและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ทดลองรูปแบบ Pins คำอธิบาย และกลยุทธ์การเข้าถึงที่หลากหลาย เพื่อค้นหาสิ่งที่ได้รับผลตอบรับดีที่สุดจากกลุ่มเป้าหมาย
หากอยากประสบความสำเร็จในการทำ Affiliate บน Pinterest ลองทำตามแนวทางเหล่านี้ แล้วเริ่มปักหมุดเลย!
การเลือกโปรแกรม Affiliate ที่เหมาะสำหรับ Pinterest
โปรแกรม Affiliate ไม่ได้ให้ผลลัพธ์บน Pinterest เท่ากันทั้งหมด โดยสินค้าที่มีภาพสวยสะดุดตา มีกำไรต่อการขายที่ดี และเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้กว้าง มักสร้างผลลัพธ์ได้สม่ำเสมอมากกว่า
ควรเลือกโปรแกรม Affiliate โดยพิจารณาปัจจัยสำคัญสำหรับ Pinterest ดังนี้
- สินค้าที่มีภาพสวยและดึงดูดสายตา: สินค้าที่สามารถนำเสนอผ่านภาพได้อย่างโดดเด่นและกระตุ้นให้ผู้ใช้งานกดบันทึก มักทำผลงานได้ดีกว่าบริการหรือผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่สื่อสารผ่านภาพได้ยาก
- ช่วงราคาของสินค้า: ผู้ใช้งาน Pinterest ที่มีกำลังซื้อสูงมักตอบรับสินค้าพรีเมียมได้ดี แต่สินค้าระดับราคาปานกลางก็มักมีการแข่งขันน้อยกว่าและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขึ้น
- อัตราค่าคอมมิชชัน: ควรมองหาโปรแกรมที่ให้ค่าคอมมิชชันประมาณ 15%–30% หรือมีค่าตอบแทนต่อการขายในระดับสูง(เช่น 500–1,500 บาทต่อการขายหนึ่งครั้ง ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า) เพื่อชดเชยระยะเวลาการตัดสินใจซื้อที่มักยาวนานกว่าบน Pinterest
- ระยะเวลาคุกกี้ : คุกกี้ที่มีอายุ 30–90 วันมักเหมาะกับพฤติกรรมผู้ใช้งาน Pinterest มากกว่าคุกกี้ที่มีอายุเพียง 24 ชั่วโมง เนื่องจากผู้ใช้งานมักใช้เวลาในการวางแผนก่อนตัดสินใจซื้อ
เครือข่าย Affiliate ยอดนิยมสำหรับ Pinterest
เครือข่าย Affiliate ที่ได้รับความนิยมและสามารถใช้งานร่วมกับ Pinterest ได้ ได้แก่ ShareASale, CJ Affiliate, Impact และ Rakuten โดยแต่ละเครือข่ายเปิดให้เข้าถึงร้านค้าและแบรนด์หลายพันรายในหลากหลายหมวดหมู่สินค้า พร้อมอัตราค่าคอมมิชชันที่แตกต่างกันไปตามเงื่อนไขของแต่ละแบรนด์หรือผู้ให้บริการ
วิธีเลือกโปรแกรม Affiliate ให้เหมาะกับคุณ
เมื่อพิจารณาโปรแกรม Affiliate สำหรับ Pinterest ควรศึกษาข้อกำหนดและเงื่อนไขของแต่ละเครือข่าย โดยเฉพาะนโยบายเกี่ยวกับการโปรโมตผ่านโซเชียลมีเดียและแนวทางการใช้งานลิงก์ Affiliate นอกจากนี้ ควรเลือกโปรแกรมให้สอดคล้องกับจุดแข็งด้านคอนเทนต์ของคุณ
หากคุณเชี่ยวชาญการสร้างคอนเทนต์เชิงความรู้หรือบทความเชิงลึก สินค้าราคาสูงที่มีกระบวนการตัดสินใจซื้อนานอาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม แต่หากคุณเน้นคอนเทนต์แนะนำสินค้า ของขวัญ หรือสินค้าที่ตัดสินใจซื้อได้รวดเร็ว ควรให้ความสำคัญกับสินค้าที่มีภาพโดดเด่นและดึงดูดความสนใจได้ทันที
ตั้งเป้าหมายรายได้ให้สมจริง
การทำ Affiliate บน Pinterest สามารถสร้างรายได้ที่มีนัยสำคัญได้ แต่การเข้าใจระยะเวลาและศักยภาพของรายได้จะช่วยป้องกันความผิดหวัง
รายได้จาก Pinterest Affiliate เกิดขึ้นได้อย่างไร
รายได้จาก Affiliate Marketing บน Pinterest ในแต่ละเดือนขึ้นอยู่กับ 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่
- จำนวนการแสดงผลของ Pins ต่อเดือน
- อัตราการคลิกจาก Pin ไปยังหน้าเว็บไซต์หรือ Landing Page
- อัตราการเปลี่ยนผู้เข้าชมเป็นผู้ซื้อ
- ค่าคอมมิชชันเฉลี่ยต่อการขายหนึ่งครั้ง
กรอบการคำนวณต่อไปนี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพและตั้งความคาดหวังเกี่ยวกับรายได้ที่อาจเกิดขึ้นจาก Pinterest Affiliate Marketing ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้เป็นการรับประกันผลลัพธ์ แต่เป็นเพียงตัวอย่างเพื่อแสดงให้เห็นว่าตัวชี้วัดด้านประสิทธิภาพต่างๆ สามารถส่งผลต่อรายได้ที่เป็นไปได้อย่างไร
ตัวอย่างที่ 1 บัญชี Pinterest ใหม่ (0–6 เดือน)
- จำนวนการแสดงผลต่อเดือน: 30,000 ครั้ง
- CTR ไปยังหน้าแลนดิ้ง: 0.4% = 120 คลิก
- อัตราคอนเวิร์สชัน: 0.8% = ประมาณ 1 การขาย
- ค่าคอมมิชชันเฉลี่ย: 150 บาท
- รายได้ต่อเดือนที่อาจเกิดขึ้น: ประมาณ 150 บาท
ตัวอย่างที่ 2: บัญชีที่เริ่มมีฐานผู้ชมแล้ว (6–18 เดือน)
- จำนวนการแสดงผลต่อเดือน: 200,000 ครั้ง
- CTR ไปยังหน้าแลนดิ้ง: 0.7% = 1,400 คลิก
- อัตราคอนเวิร์สชัน: 1.5% = ประมาณ 21 การขาย
- ค่าคอมมิชชันเฉลี่ย: 250 บาท
- รายได้ต่อเดือนที่อาจเกิดขึ้น: ประมาณ 5,250 บาท
ตัวอย่างที่ 3: บัญชีที่เติบโตเต็มที่แล้ว (18 เดือนขึ้นไป)
- จำนวนการแสดงผลต่อเดือน: 800,000 ครั้ง
- CTR ไปยังหน้าแลนดิ้ง: 1% = 8,000 คลิก
- อัตราคอนเวิร์สชัน: 2% = ประมาณ 160 การขาย
- ค่าคอมมิชชันเฉลี่ย: 350 บาท
- รายได้ต่อเดือนที่อาจเกิดขึ้น: ประมาณ 56,000 บาท
ระยะเวลาที่ควรคาดหวังผลลัพธ์
นักการตลาดแบบ Affiliate บน Pinterest ส่วนใหญ่มักพบการเติบโตในลักษณะดังนี้
- เดือนที่ 1–3: ปริมาณการเข้าชมมักยังอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากอัลกอริทึมของ Pinterest กำลังประเมินคุณภาพและความเกี่ยวข้องของคอนเทนต์ ในช่วงนี้ควรมุ่งเน้นการเรียนรู้การออกแบบ Pins การทำ Pinterest SEO และการสร้างคอนเทนต์อย่างสม่ำเสมอ มากกว่าการคาดหวังรายได้
- เดือนที่ 4–8: การเข้าชมเริ่มเพิ่มขึ้นเมื่อ Pins ที่เผยแพร่ไปก่อนหน้านี้ได้รับการมองเห็นมากขึ้น หลายคนเริ่มได้รับค่าคอมมิชชันอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งแรกในช่วงนี้
- เดือนที่ 9–18: ผลลัพธ์แบบทบต้นเริ่มเกิดขึ้น โดยทั้ง Pins เก่าและ Pins ใหม่ช่วยกันสร้างการเข้าชมและส่งผู้ใช้งานไปยังลิงก์ Affiliate อย่างต่อเนื่อง
- หลัง 18 เดือนขึ้นไป: บัญชีที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องจะได้รับประโยชน์จากคลังคอนเทนต์ที่สะสมไว้ ความน่าเชื่อถือที่เพิ่มขึ้น และการปรับปรุงอัตราการคอนเวิร์ตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
โดยทั่วไป อาจต้องใช้เวลาประมาณ 2–3 เดือนก่อนที่จะเริ่มเห็นค่าคอมมิชชันที่มีนัยสำคัญ เนื่องจากผู้ใช้งาน Pinterest มักบันทึก Pins ไว้ดูก่อน ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมภายหลัง และใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการตัดสินใจซื้อหลังจากพบคอนเทนต์ครั้งแรก
ปัจจัยที่ส่งผลต่อผลลัพธ์
ความเร็วในการเติบโตของรายได้จาก Pinterest Affiliate Marketing ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่
- ระดับการแข่งขันของกลุ่มสินค้า (Niche Competition): หมวดหมู่ที่มีการแข่งขันสูง เช่น แฟชั่นหรือของแต่งบ้านทั่วไป มักใช้เวลานานกว่าจะสร้างการมองเห็นได้ เมื่อเทียบกับกลุ่มเฉพาะทาง เช่น โต๊ะทำงานสไตล์มินิมอล หรือไอเดียแคปซูลวอร์ดโรบ
- คุณภาพของคอนเทนต์: Pins ที่ออกแบบอย่างมืออาชีพ มีภาพสวย และสื่อสารคุณค่าได้ชัดเจน มักให้ผลลัพธ์ดีกว่ากราฟิกที่ดูไม่โดดเด่น ไม่ว่าจะอยู่ในหมวดหมู่ใดก็ตาม
- กลยุทธ์คีย์เวิร์ด: การเลือกคีย์เวิร์ดที่มีปริมาณการค้นหาระดับกลาง เช่น 10,000–100,000 ครั้งต่อเดือน มักให้โอกาสเติบโตได้ดีกว่าการแข่งขันกับคีย์เวิร์ดทั่วไปที่มีการแข่งขันสูงมาก
- ประสิทธิภาพของ Landing Page: การส่งผู้ใช้งานไปยังบทความรีวิว เปรียบเทียบสินค้า หรือคอนเทนต์ที่ให้ข้อมูลเชิงลึก มักสร้างคุณค่าและเพิ่มโอกาสในการคอนเวิร์ตได้ดีกว่าการส่งไปยังหน้าสินค้าผ่านลิงก์ Affiliate โดยตรง
ในช่วง 6 เดือนแรก ควรเตรียมเวลาในการพัฒนาช่องทางประมาณ 5–10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ดังนี้
- 3–4 ชั่วโมงสำหรับการสร้าง Pins
- 2–3 ชั่วโมงสำหรับการวิจัยคีย์เวิร์ดและวิเคราะห์ผลลัพธ์
- 1–2 ชั่วโมงสำหรับการปรับปรุง Landing Page หรือคอนเทนต์บนเว็บไซต์
💡โน้ตเตือนความจำ: Pinterest Affiliate Marketing เป็นกลยุทธ์ที่ให้ผลตอบแทนกับผู้ที่ทำอย่างสม่ำเสมอและมีความอดทน มากกว่าการมองหาเทคนิคที่ให้ผลลัพธ์ระยะสั้น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำ Affiliate บน Pinterest
แชร์ลิงก์ Affiliate บน Pinterest อย่างไร?
คุณสามารถแชร์ลิงก์ Affiliate บน Pinterest ได้โดยสร้างบัญชี Pinterest Business จากนั้นสร้าง Pin ใหม่และใส่ลิงก์ Affiliate ลงในช่อง URL ปลายทางโดยตรง นอกจากนี้ยังสามารถลิงก์ไปยังบทความ รีวิว หรือวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจซื้อได้ ทั้งนี้ ควรเปิดเผยการใช้ลิงก์ Affiliate ตามข้อกำหนดทางกฎหมายและนโยบายของแพลตฟอร์ม
สามารถสร้างรายได้จาก Pinterest ได้หรือไม่?
ได้ Pinterest เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่สามารถสร้างรายได้ออนไลน์ผ่าน Affiliate Marketing โดยคุณจะได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อมีผู้ใช้งานซื้อสินค้าผ่านลิงก์ Affiliate ของคุณ วิธีเริ่มต้นคือสร้างบัญชี Pinterest สมัครเข้าร่วมโปรแกรม Affiliate และเผยแพร่ Pins ที่เชื่อมโยงกับสินค้าหรือบริการที่ต้องการโปรโมต
สามารถทำ Amazon Affiliate หรือใช้ลิงก์ ClickBank บน Pinterest ได้หรือไม่?
Pinterest อนุญาตให้แชร์ลิงก์จาก Amazon Associates รวมถึงเครือข่าย Affiliate อื่นๆ เช่น ClickBank ได้ อย่างไรก็ตาม ลิงก์ต้องแสดงปลายทางอย่างชัดเจนและไม่ควรใช้วิธีซ่อนหรืออำพรางลิงก์ นอกจากนี้ ควรปฏิบัติตามนโยบายและแนวทางการใช้งานของ Pinterest อย่างเคร่งครัด
ควรรับมืออย่างไรเมื่อ Pinterest เปลี่ยนอัลกอริทึมหรือนโยบาย?
ควรติดตามประกาศและแนวทางการใช้งานล่าสุดจาก Pinterest อย่างสม่ำเสมอ พร้อมกระจายช่องทางการตลาดและมุ่งเน้นการสร้างคอนเทนต์คุณภาพที่มีคุณค่าแก่ผู้ใช้งาน ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของอัลกอริทึมได้ดีที่สุด
ควรแบ่งสัดส่วนคอนเทนต์โปรโมตและคอนเทนต์ทั่วไปอย่างไร?
แนวทางที่ได้รับความนิยมคือกฎ 80/20 โดยให้ 80% เป็นคอนเทนต์ที่ให้ข้อมูล สร้างแรงบันดาลใจ หรือสร้างการมีส่วนร่วม และอีก 20% เป็นคอนเทนต์เชิงโปรโมต วิธีนี้ช่วยรักษาความน่าเชื่อถือและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ติดตามในระยะยาว
ติดตามผลการมีส่วนร่วมของ Pins ได้อย่างไร?
ผู้ใช้งาน Pinterest Business สามารถใช้ Pinterest Analytics เพื่อตรวจสอบข้อมูลสำคัญ เช่น จำนวนการแสดงผล จำนวนคลิก การบันทึก Pins และการเข้าชมเว็บไซต์ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้วิเคราะห์ได้ว่า Pins ใดสร้างทราฟฟิกและรายได้จาก Affiliate Marketing ได้ดีที่สุด

