เมื่อปัญญาประดิษฐ์มีความฉลาดและซับซ้อนมากขึ้น ธุรกิจจึงสามารถนำมาใช้ปรับงานได้มากขึ้นเรื่อยๆ ทุกวันนี้มีเครื่องมือ AI ในตลาดหลายตัวที่ช่วยเรื่องการเขียน การตลาด การขาย รวมถึงระบบอัตโนมัติ หนึ่งในเครื่องมือที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคงหนีไม่พ้น ChatGPT ซึ่งกลายเป็นตัวช่วยสำคัญในการทำงานการตลาดดิจิทัลหลายด้านให้เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพขึ้น
คอนเทนต์ในหน้านี้จะพาไปดูว่าธุรกิจใช้เครื่องมือ AI สร้างรายได้กันอย่างไรบ้าง รวมถึงวิธีใช้ ChatGPT หาเงินด้วยการยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของทีมคุณให้ถึงขีดสุด
ChatGPT คืออะไร
ChatGPT คือแชตบอต AI ที่ใช้เทคโนโลยีประมวลผลภาษาธรรมชาติในการวิเคราะห์ข้อความที่ป้อนเข้าไป แล้วสร้างคำตอบที่เขียนออกมาได้ใกล้เคียงภาษามนุษย์มาก ในกรณีของ ChatGPT Plus ยังรองรับการตอบกลับแบบภาพได้ด้วย โดยระบบนี้มีพื้นฐานมาจากโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่เรียกว่า Generative Pre-trained Transformer หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ GPT ทั้งตัวโมเดล GPT และเครื่องมือ ChatGPT ถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัท OpenAI ซึ่งได้เปิดตัว ChatGPT ให้คนทั่วไปได้ใช้งานเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2022 ที่ผ่านมา
วิธีใช้ ChatGPT หาเงิน
- เขียนบล็อก
- เขียนโพสต์โซเชียลมีเดีย
- เขียนสคริปต์
- แปลคอนเทนต์
- ทำคีย์เวิร์ดรีเสิร์ช
- สนับสนุนการขายและการหาลูกค้าใหม่
- ช่วยงานบริการลูกค้า
- ระดมไอเดีย
- ทำวิจัยตลาด
- ให้ ChatGPT เป็นผู้ช่วยส่วนตัว
เจ้าของธุรกิจอีคอมเมิร์ซสามารถใช้ ChatGPT สร้างรายได้ได้หลายทาง ไม่ว่าจะใช้สร้างคอนเทนต์สำหรับงานหลายรูปแบบ ช่วยทำคีย์เวิร์ดรีเสิร์ชหรือวิจัยตลาด รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายในทีม นี่คือแนวคิดและกิจกรรมทางธุรกิจที่ ChatGPT สามารถช่วยคุณได้
เขียนบล็อก
ChatGPT มีความสามารถด้านการสร้างคอนเทนต์ที่น่าสนใจ แม้คุณยังจำเป็นต้องใช้คนช่วยในขั้นตอนการตรวจทาน เพื่อความถูกต้องและปรับโทนเสียงให้เข้ากับแบรนด์ แต่ก็สามารถใช้ ChatGPT เขียนคอนเทนต์คุณภาพสูงอย่าง บทความบล็อกได้แทบครบตั้งแต่ต้นจนจบ
การใช้ ChatGPT เขียนบทความบล็อกช่วยลดงบด้านการตลาดและการเขียนคอนเทนต์ได้มาก และยังนำบทความเหล่านี้มาใช้ดึงคนเข้าเว็บไซต์ เพิ่มทราฟฟิก เพิ่มรายได้จากโฆษณาในเว็บถ้ามี รวมถึงเพิ่มยอดขายออนไลน์ได้อีกด้วย
เขียนโพสต์โซเชียลมีเดีย
การทำคอนเทนต์โซเชียลมีเดียกินเวลาไม่น้อย แต่ ChatGPT ช่วยให้ขั้นตอนนี้เร็วขึ้นได้มาก สามารถใช้สร้างข้อความสำหรับโพสต์ หรือปรับข้อความให้เหมาะกับแต่ละแพลตฟอร์มได้ เพียงป้อนข้อความต้นฉบับ แล้วระบุให้ปรับความยาวและสไตล์ตามต้องการ
เขียนสคริปต์
ChatGPT 3.5 เป็นแอปพลิเคชันที่ทำงานกับข้อความเป็นหลัก จึงยังใช้สร้างภาพหรือวิดีโอไม่ได้ อีกทั้งยังไม่สามารถวิเคราะห์คอนเทนต์ภาพ เขียนคำบรรยายวิดีโอ หรือถอดเสียงจากไฟล์เสียงได้ อย่างไรก็ตาม ChatGPT ใช้เขียนสคริปต์สำหรับวิดีโอ พอดแคสต์ หรือสปอตวิทยุได้ดี นอกจากนี้ยังช่วยจัดรูปแบบสคริปต์ตามมาตรฐาน แก้ไขสคริปต์เดิม หรือทำให้สคริปต์กระชับและน่าสนใจขึ้นได้ การเริ่มจากคอนเทนต์ที่ AI สร้างไว้ก่อน แล้วค่อยปรับให้เข้ากับแบรนด์ จะช่วยให้ทีมครีเอทีฟทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีตัวเลือกที่หลากหลาย
การใช้ ChatGPT เขียนสคริปต์คอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง ธุรกิจสามารถลดงบด้านการตลาดและคอนเทนต์ได้ พร้อมนำคอนเทนต์ที่สร้างขึ้น เช่น พอดแคสต์ วิดีโอโซเชียล หรือคลิปสอนบน YouTube ไปเพิ่มทราฟฟิกและต่อยอดเป็นยอดขายได้ในที่สุด
แปลคอนเทนต์
ChatGPT ประมวลผลข้อความได้หลายภาษา ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถใช้เพื่อแปลเนื้อหาและก้าวข้ามกำแพงภาษาที่อาจพบเจอในการทำงานได้ เช่น ใช้แปลคอนเทนต์การตลาดสำหรับงานประชุมระดับนานาชาติ หรือช่วยตอบลูกค้าในภาษาที่ทีมยังไม่ถนัด
นอกจากนี้ คุณยังสามารถใส่บริบทในการแปลได้ด้วย เช่น อาจสั่งให้ ChatGPT แปลข้อความทางการแพทย์ให้อ่านเข้าใจง่ายขึ้นสำหรับคนทั่วไป การแปลคอนเทนต์ช่วยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ และขยายฐานลูกค้าได้
ทำคีย์เวิร์ดรีเสิร์ช
คุณสามารถใช้ ChatGPT เพื่อสนับสนุนกลยุทธ์การปรับแต่งเว็บไซต์ให้ติดอันดับบนเครื่องมือการค้นหา หรือ SEO โดยขอให้ระบบช่วยระบุคำค้นหาที่ได้รับความนิยมสูงสุดในหัวข้อที่ต้องการ นอกจากนี้ยังสั่งให้หาคำค้นหาเฉพาะเจาะจงหรือคีย์เวิร์ดแบบหางยาวได้อีกด้วย ตัวอย่างเช่น สำหรับหัวข้อ "อาหารสุนัข" ChatGPT สามารถระบุคีย์เวิร์ดที่คนไทยนิยมค้นหาได้หลากหลาย เช่น "อาหารสุนัขยี่ห้อไหนดี" "อาหารสุนัขแพ้ง่าย" และ "อาหารสุนัขพันธุ์เล็ก" นอกจากนี้ยังช่วยแนะนำคีย์เวิร์ดที่เจาะกลุ่มมากขึ้น เช่น "อาหารสุนัขเกรดพรีเมียมราคาถูก" "วิธีเลือกอาหารสุนัขสำหรับลูกสุนัขแรกเกิด" และ "อาหารสุนัขลดคราบน้ำตา"
ChatGPT สามารถสร้างเนื้อหาที่ปรับแต่งให้เหมาะสมกับคีย์เวิร์ด หรือปรับปรุงเนื้อหาเดิมที่มีอยู่เพื่อให้มีคำค้นหาที่ต้องการ ซึ่งในระยะยาว เนื้อหาที่ผ่านการทำ SEO เหล่านี้จะช่วยดึงดูดกลุ่มเป้าหมายมายังเว็บไซต์ของคุณได้เองโดยไม่ต้องซื้อโฆษณา และช่วยสร้างยอดขายได้มากขึ้น
สนับสนุนการขายและการหาลูกค้าใหม่
ChatGPT ช่วยสร้างและปรับแต่งอีเมลการตลาดสำหรับการนำเสนอขายได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการเขียนอีเมลแนะนำตัว การเสนอส่วนลดพิเศษให้ลูกค้า หรือการเขียนคำเชิญนัดหมายเพื่อพูดคุยรายละเอียดทางธุรกิจ
ช่วยงานบริการลูกค้า
OpenAI ช่วยเสริมทีมซัพพอร์ตลูกค้าได้หลายแบบ เช่น สร้างข้อความตอบคำถามที่ลูกค้าถามบ่อยในสไตล์ที่เป็นธรรมชาติ เพื่อให้ทีมซัพพอร์ตนำไปตรวจและปรับความถูกต้องกับโทนเสียงก่อนใช้งานจริง นอกจากนี้ยังใช้ ChatGPT สรุปบทสนทนากับลูกค้าแบบอัตโนมัติ หรือประมวลผลข้อมูลจากงานบริการลูกค้าเพื่อหาได้ว่าปัญหาไหนเกิดขึ้นบ่อยที่สุด
งานบริการลูกค้าที่ดีมีข้อดีหลายด้าน และเมื่อช่วยรักษาลูกค้าเดิมไว้ได้ รวมถึงลดการทิ้งตะกร้าสินค้า ก็ย่อมส่งผลดีต่อรายได้โดยรวม
ระดมไอเดีย
ลองให้ ChatGPT ช่วยคิดไอเดียคอนเทนต์เพื่อเริ่มกระบวนการสร้างงาน เพราะการเผชิญกับหน้ากระดาษเปล่าอาจทำให้การระดมความคิดกลายเป็นงานยาก แต่ ChatGPT ช่วยตั้งต้นให้ได้ด้วยการเสนอรายการไอเดียหลายแบบให้เลือก
ตัวอย่างเช่น เมื่อใช้พรอมต์ว่า “ช่วยคิดไอเดียสำหรับบล็อกของบริษัทเสื้อผ้าออร์แกนิก” ระบบตอบกลับเป็นไอเดียบล็อก 12 หัวข้อ พร้อมชื่อเรื่องและคำอธิบาย เช่น ประโยชน์ของฝ้ายออร์แกนิก จาะลึกเรื่องผ้าที่ยั่งยืน ซึ่งคอนเทนต์ก็จะเป็นการสำรวจเกี่ยวกับประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมของการเลือกใช้ผ้าฝ้ายออร์แกนิกแทนผ้าฝ้ายแบบทั่วไป
ทำวิจัยตลาด
ChatGPT ช่วยให้เห็นอินไซต์ที่มีประโยชน์เกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้นำไปปรับกลยุทธ์โฆษณาและการตลาดให้ขายได้ดีขึ้น เช่น อาจให้ช่วยระบุกลุ่มผู้บริโภคหลักของสินค้าประเภทหนึ่ง หรือขอข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการ ค่านิยม และพฤติกรรมการซื้อของกลุ่มประชากรเฉพาะ การกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดจะช่วยให้การตลาดโฟกัสมากขึ้น และใช้งบได้คุ้มกว่าเดิม
ChatGPT ยังช่วยหาแบรนด์คู่แข่งในตลาดเดียวกันได้ด้วย ซึ่งช่วยลดต้นทุนการวิจัยตลาดได้พอสมควร อย่างไรก็ตาม ข้อมูลของ ChatGPT มีข้อจำกัดด้านระยะเวลาของฐานข้อมูล (เช่น GPT 3.5 ถูกฝึกด้วยข้อมูลที่สิ้นสุดในเดือนมกราคม 2022) ดังนั้นข้อมูลที่ได้รับอาจไม่ทันสมัยต่อสถานการณ์ปัจจุบันทั้งหมด
ตัวอย่างเช่น เมื่อถามว่ากลุ่มประชากรแบบไหนซื้อชุดนอนหรูมากที่สุด ChatGPT จะตอบเป็นลักษณะ 6 ข้อ เช่น ผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง, อายุ 25-55 ปี รวมถึงลูกค้าที่เป็นคนเมือง และเมื่อถามให้ระบุคู่แข่งในตลาดชุดนอนหรู ระบบจะยกตัวอย่าง 10 บริษัท เช่น La Perla, Sleeper และ Agent Provocateur พร้อมคำอธิบายสั้นๆ ของแต่ละแบรนด์
ให้ ChatGPT เป็นผู้ช่วยส่วนตัว
แม้ ChatGPT จะไปรับเสื้อผ้าจากร้านซักแห้งหรือซื้อกาแฟให้ไม่ได้ แต่ก็ช่วยประหยัดต้นทุนได้ด้วยการรับหน้าที่หลายอย่างแทนคนในทีม เช่น พวกงานวิจัยที่ต้องใช้เวลานาน การวิเคราะห์ข้อมูล หรือแม้แต่เขียนโค้ดในภาษาคอมพิวเตอร์ที่หลากหลาย
ถ้าอยากใช้ ChatGPT ให้คุ้ม ลองมองว่าเป็นผู้ช่วยส่วนตัว ก่อนจะลงมือทำงานที่ใช้แรงและเวลาเยอะเอง เช่นการสรุปนโยบายภาษีใหม่ๆ ให้ลูกค้า หรือการเขียนอีเมลเชิญร่วมงานปาร์ตี้วันหยุด ลองเช็กก่อนว่า ChatGPT ช่วยทำให้ได้หรือไม่ เพราะยิ่งทำงานได้มากขึ้นในเวลาที่น้อยลง ก็ยิ่งประหยัดต้นทุนได้มากขึ้น
ทิปส์การใช้ ChatGPT หาเงิน
- เสริมศักยภาพทีม และทำให้ทีมยอมรับการใช้งาน
- สละเวลาปรับแต่งคอนเทนต์ให้เข้ากับแบรนด์
- รีเช็คข้อมูลทุกครั้ง
3 ข้อนี้จะช่วยให้ธุรกิจใช้ความสามารถของ AI ในการสร้างคอนเทนต์คุณภาพได้อย่างรวดเร็ว และต่อยอดเป็นรายได้จาก การใช้ ChatGPT หาเงินได้จริง
เสริมศักยภาพทีม และทำให้ทีมยอมรับการใช้งาน
ChatGPT ไม่ได้มาแทนทีมบริการลูกค้า ทีมครีเอทีฟ หรือทีมแอดมิน แต่ช่วยให้ทุกทีมทำงานได้มีประสิทธิภาพขึ้น ควรคุยกับแต่ละทีมว่างานแบบไหนเหมาะจะใช้ AI เข้ามาช่วยมากที่สุด และดูให้แน่ใจว่าพนักงานได้รับการฝึกใช้งานอย่างเหมาะสมและเข้าใจวิธีใช้จริง นอกจากนี้ ควรมีการกำหนดนโยบายการใช้งานให้ชัดเจน เช่น การไม่ใส่ข้อมูลที่เป็นความลับของบริษัทหรือข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าลงในคำสั่ง (Prompt) เป็นต้น
สละเวลาปรับแต่งคอนเทนต์ให้เข้ากับแบรนด์
เพื่อให้เนื้อหาที่ออกมาดูเป็นธรรมชาติและตรงกับภาพลักษณ์ของธุรกิจ คุณควรนำเนื้อหาที่ AI สร้างขึ้นมาปรับแต่งเพิ่มเติม เพื่อให้มั่นใจว่าโทนเสียงและภาษาที่ใช้สื่อสารนั้นตรงกับเอกลักษณ์ของแบรนด์คุณ
ควรมี brand guidelines เวอร์ชันล่าสุดให้ทีมใช้ เพื่อจะได้ปรับและคัสตอมคอนเทนต์จาก AI ให้เข้ากับแบรนด์มากขึ้น อีกอย่างหนึ่งคือ ยิ่งให้พรอมต์ละเอียด คำตอบที่ได้ก็มักยิ่งตรงกับความต้องการ เช่น ระบุจำนวนคำ สไตล์ ชื่อสินค้า และรายละเอียดอื่นๆ เช่น การระบุจำนวนคำ สไตล์ หรือชื่อผลิตภัณฑ์ ตัวอย่างเช่น แทนที่จะสั่งแค่ว่า “เขียนคำอธิบายสินค้าสำหรับเสื้อเชิ้ตสีขาว” ให้ลองใช้คำสั่งว่า “ช่วยเขียนคำอธิบายสินค้าสำหรับเสื้อเชิ้ตสีขาวที่มีกระดุมรูปดอกไม้ โดยใช้โทนเสียงที่สนุกสนาน มีการใช้เครื่องหมายอัศเจรีย์ และมีความยาวระหว่าง 15 ถึง 30 คำ” ซึ่งคำสั่งที่ละเอียดแบบนี้จะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่ามาก
ตรวจสอบข้อมูลซ้ำทุกครั้ง
ChatGPT อาจตอบผิดได้ และข้อมูลก็ไม่ได้อัปเดตเสมอไป บางครั้งยังสร้างข้อความที่ฟังดูน่าเชื่อถือแต่แต่งขึ้นมาทั้งหมดได้ด้วย หรือที่เรียกว่าอาการหลอน (Hallucinations) และเนื่องจาก ChatGPT ไม่ได้ระบุลิงก์ที่มาของแหล่งข้อมูล การตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูลทั้งหมดที่สร้างโดย AI จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก
เช่นเดียวกับมนุษย์ เครื่องมือ AI ก็อาจมีอคติได้ การตรวจคอนเทนต์ทั้งหมดเพื่อป้องกันอคติจะช่วยให้งานมีคุณภาพขึ้น และลดความเสี่ยงในการเลือกปฏิบัติต่อชุมชนหรือกลุ่มคนใดกลุ่มหนึ่งโดยไม่ตั้งใจ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการใช้ ChatGPT หาเงิน
ChatGPT ใช้ฟรีหรือไม่
ChatGPT ที่ฝึกบน GPT-3.5 ใช้งานได้ฟรี ส่วน ChatGPT Plus ที่ใช้ GPT-4 ซึ่งเป็นโมเดลที่ล้ำหน้ากว่า มีค่าใช้จ่าย 20 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน (ประมาณ 700-750 บาท)
ต้องมีการฝึกเฉพาะทางก่อนใช้ ChatGPT หรือไม่
ไม่จำเป็น ไม่ต้องมีการฝึกพิเศษก็ใช้งาน ChatGPT ได้
เมื่อไรที่ไม่ควรใช้ ChatGPT กับธุรกิจ
ควรหลีกเลี่ยงการใช้ ChatGPT ในการจัดการข้อมูลทางการเงินที่ละเอียดอ่อนหรือข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า ให้คำแนะนำด้านกฎหมายหรือการแพทย์ หรือใช้ตัดสินใจในเรื่องที่ต้องอาศัยดุลยพินิจและความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง


