ไม่ช้าก็เร็ว เรื่องสุขภาพคือสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคน นั่นคือเหตุผลว่าทำไมตลาด Healthcare ในไทยถึงมีกลุ่มเป้าหมายขนาดมหึมากว่า 66 ล้านคน และยังเปิดกว้างสำหรับผู้ประกอบการที่มองเห็นโอกาสและมีไอเดียธุรกิจ Healthcare ที่ตอบโจทย์
วันนี้ไม่จำเป็นต้องทำงานในสถานพยาบาลก็สามารถทำเงินจากอุตสาหกรรมนี้ได้ เทคโนโลยีกำลังปูทางให้ผู้ประกอบการหัวไวสามารถสร้างรายได้ออนไลน์ โดยองค์การอนามัยโลกระบุว่าการดูแลสุขภาพแบบดิจิทัลคือกุญแจสำคัญสู่อนาคตของระบบสุขภาพทั่วโลก
มาเจาะลึกมุมมองของผู้เชี่ยวชาญในวงการเกี่ยวกับอนาคตของอุตสาหกรรมสุขภาพ พร้อมเปิด 23 ไอเดียธุรกิจ Healthcare ศักยภาพสูง ที่จะช่วยจุดประกายความสร้างสรรค์ให้ผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพยุคใหม่เริ่มลงมือได้ทันที
ทำไมผู้ประกอบการถึงเริ่มทำธุรกิจดูแลสุขภาพ
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมสุขภาพยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแง่มูลค่าตลาดรวมและสัดส่วนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) โดยในปี 2024 ภาคการดูแลสุขภาพคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 18% ของ GDP สหรัฐฯ ซึ่งมีระบบสวัสดิการของรัฐอย่าง Medicare, Medicaid รวมถึงประกันสุขภาพภาคเอกชนเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อน
ในขณะเดียวกัน ต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นควบคู่กับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด กำลังกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญให้เกิดการทรานส์ฟอร์มทั่วทั้งอุตสาหกรรม โดย Deloitte คาดการณ์ว่าบรรดาองค์กรด้านการดูแลสุขภาพจะหันมาพึ่งพาบริการจากผู้ให้บริการภายนอกมากขึ้น เพื่อรับมือกับภาวะอัตรากำไรที่ลดลง
นอกจากนี้ เครือข่ายระบบสาธารณสุขขนาดใหญ่จะยังคงเดินหน้าปลดล็อกศักยภาพของเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อปฏิรูปโมเดลธุรกิจ ทั้งในด้านการบริหารจัดการข้อมูลทางการแพทย์ การยกระดับการปฏิสัมพันธ์กับผู้ป่วย ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งมอบการรักษาพยาบาล สอดคล้องกับที่ PwC คาดว่าว่าเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบสุขภาพมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี จะเริ่มเปลี่ยนผ่านจากระบบการแพทย์แบบดั้งเดิม ไปสู่โมเดลขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล เน้นการดูแลเชิงรุกและมีความเฉพาะบุคคลมากยิ่งขึ้น
การคาดการณ์การเติบโตของตลาดดูแลสุขภาพในปี 2026
เมื่ออุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพขยายตัว ผู้ประกอบการก็สามารถทำเงินได้ด้วยการช่วยองค์กรด้านสุขภาพและผู้ให้บริการอิสระเพิ่มกำไร ลดต้นทุนการดำเนินงาน รวมถึงส่งมอบการดูแลที่มีคุณภาพ
เทรนด์ที่กำลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ ได้แก่
- การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี การดูแลสุขภาพแบบอัตโนมัติไม่ใช่เรื่องของอนาคตอีกต่อไป แต่มาถึงแล้ว ผู้บริหารเกือบทั้งหมดของระบบสุขภาพและแผนประกันสุขภาพคาดว่า AI จะเพิ่มมูลค่าให้กับงานทางคลินิกในปี 2026
- การขาดแคลนบุคลากร แม้จะมีการลงทุนใน AI แต่ก็ยังไม่สามารถแทนที่คนได้ทั้งหมด โดยเฉพาะแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปที่คาดว่าจะขาดแคลนราว 20% ภายในปี 2038
- ต้นทุนที่สูงขึ้น คนมากกว่าครึ่งระบุว่าค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงการรักษาคือปัญหาใหญ่ที่สุดในระบบดูแลสุขภาพของสหรัฐฯ
อัตราการอยู่รอดของธุรกิจ Healthcare เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่น
ความต้องการด้านการรักษาพยาบาลและดูแลสุขภาพที่เป็นปัจจัยพื้นฐานตลอด 24 ชั่วโมง ส่งผลให้เกิดโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ ขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทว่าในอีกด้านหนึ่ง ข้อจำกัดทางกฎระเบียบที่เข้มงวดและต้นทุนการดำเนินงานที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาล ก็ทำให้อุตสาหกรรมนี้กลายเป็นหนึ่งในสมรภูมิที่ท้าทายที่สุด ซึ่งส่งผลให้อัตราการอยู่รอดของธุรกิจอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ
สถิติจากสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ ระบุว่า จากจำนวนธุรกิจด้านการดูแลสุขภาพและบริการสังคมภาคเอกชนทั้งหมด 157,898 แห่งที่เปิดตัวในปี 2020 มีเพียงราว 83,100 แห่งเท่านั้นที่สามารถประคองกิจการให้รอดพ้นมาจนถึงปี 2025 ซึ่งคิดเป็นอัตราการอยู่รอดในช่วง 5 ปีแรกเพียง 52.6%
เมื่อนำตัวเลขดังกล่าวไปเปรียบเทียบกับอัตราการอยู่รอดของอุตสาหกรรมหลักอื่นๆ ในช่วงเวลาเดียวกัน จะพบความแตกต่างที่น่าสนใจดังนี้
- ธุรกิจค้าปลีก: มีอัตราการอยู่รอดสูงถึง 59.8%
- บริการทางการศึกษา: มีอัตราการอยู่รอดอยู่ที่ 58.2%
- ธุรกิจศิลปะ ความบันเทิง และนันทนาการ: มีอัตราการอยู่รอดอยู่ที่ 57.1%
ไอเดียธุรกิจ Healthcare
- บริการวินิจฉัยด้วย AI
- Telehealth และการดูแลเสมือน
- แอปสุขภาพดิจิทัล
- บริการบัญชีทางการแพทย์
- บริการวางบิลทางการแพทย์
- การตลาดสำหรับอุตสาหกรรมดูแลสุขภาพ
- บริการถอดเทปทางการแพทย์
- บริการดูแลสุขภาพที่บ้าน
- บริการพยาบาลส่วนตัว
- ผู้ประสานงานท่องเที่ยวเชิงการแพทย์
- การจัดการเวชระเบียน
- การวิเคราะห์ข้อมูลด้านการดูแลสุขภาพ
- เวชภัณฑ์
- การให้เช่าอุปกรณ์การแพทย์
- เครื่องแต่งกายทางการแพทย์
- การจัดหาบุคลากรทางการแพทย์เฉพาะทาง
- บริการผู้เชี่ยวชาญด้านประกันสุขภาพ
- ที่ปรึกษาด้านการดูแลสุขภาพ
- ธุรกิจบล็อกด้านการดูแลสุขภาพ
- บริการดูแลผู้สูงอายุ
- บริการด้านสุขภาพจิตและสุขภาวะ
- บริการทำความสะอาดทางการแพทย์
- การแพทย์ทางเลือก
การดูแลสุขภาพเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ นั่นหมายความว่ามีวิธีมากมายในการทำเงินด้วยการตอบโจทย์ความต้องการของตลาด ต่อไปนี้คือไอเดียธุรกิจการแพทย์ที่ทำกำไรได้มากที่สุดบางส่วน เพื่อจุดประกายไอเดียธุรกิจ Healthcare ของตัวเอง
โอกาสด้านการดูแลสุขภาพที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี
เทคโนโลยีกำลังพลิกโฉมอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ และการลงทุนในธุรกิจที่เน้นเทคโนโลยีก็กำลังเติบโต ในปี 2025 สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีสุขภาพคว้าเงินลงทุน 14% จากเงินร่วมลงทุน (venture capital) ทั้งหมด ต่อไปนี้คือไอเดียธุรกิจเทคโนโลยีด้านสุขภาพที่สามารถคว้าโอกาสได้
1. บริการวินิจฉัยด้วย AI
ลูกค้าพร้อมที่จะนำ AI มาผสานเข้ากับประสบการณ์การดูแลสุขภาพ ตามรายงาน Future of Health ของ PwC ราว 46% ของผู้คนระบุว่าจะใช้การวินิจฉัยที่มี AI ช่วยเหลือ และ 45% จะใช้ผู้ช่วย AI ในการอัปเดตข้อมูลสุขภาพและคัดกรองอาการเบื้องต้น
ในบรรดาคนที่ใช้ AI สำหรับเรื่องสุขภาพอยู่แล้ว การตรวจสอบหรือค้นหาข้อมูลอาการคือการใช้งานที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ตามมาด้วยการถามคำถามได้ทุกช่วงเวลาของวัน รวมถึงการทำความเข้าใจศัพท์หรือคำแนะนำทางการแพทย์
ใช้ประโยชน์จากตรงนี้ด้วยการเปิดตัวเครื่องมือวินิจฉัยที่ขับเคลื่อนด้วย AI ให้ผู้คนอธิบายอาการของตนเอง จากนั้นให้ machine learning ประมวลผลคำตอบและชี้ให้เห็นสาเหตุที่เป็นไปได้
📚ต้องมีใบรับรองหรือไม่? ต้องขออนุญาตจาก อย. เนื่องจากระบบวินิจฉัยหรือคัดกรองโรคด้วย AI จัดเป็นซอฟต์แวร์เครื่องมือแพทย์ (SaMD) ในไทย ไอเดียนี้มีความเสี่ยงสูง แนะนำให้ใช้โมเดลแบบ "Human in the loop" และต้องระบุข้อความปฏิเสธความรับผิดชอบอย่างชัดเจน พร้อมทั้งพัฒนาระบบให้เป็นไปตามมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลสุขภาพของสากลและกฎหมาย PDPA อย่างเคร่งครัด
2. Telehealth และการดูแลเสมือน
หากมีคุณสมบัติในการให้คำแนะนำทางการแพทย์ ก็สามารถช่วยเหลือคนที่ไม่สามารถ (หรือไม่ต้องการ) ไปพบแพทย์ด้วยตนเองผ่านบริการ telehealth ได้ ลองสร้างเว็บไซต์ของตัวเองและใช้แอปจองนัดหมายเพื่อกำหนดเวลาประชุมเสมือนกับลูกค้า
คนมากกว่า 90% ที่เคยเข้ารับการดูแลสุขภาพแบบเสมือนพร้อมจะใช้บริการอีกครั้ง ซึ่งเปิดโอกาสให้เกิดรายได้ประจำที่น่าสนใจ
กระตุ้นให้เกิดลูกค้าซ้ำเหล่านี้ด้วยการมอบบริการที่ยอดเยี่ยม ใส่ใจและวางแผนการรักษาเชิงรุก เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมาใช้บริการดูแลเสมือนอีก
📚ต้องมีใบรับรองหรือไม่? ต้องมี การให้บริการโทรเวชกรรมจะต้องดำเนินการโดยสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต และแพทย์ผู้ให้บริการจะต้องมีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากแพทยสภา รวมถึงระบบเทคโนโลยีที่ใช้จะต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยทางสารสนเทศทางการแพทย์ตามข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข
3. แอปสุขภาพดิจิทัล
งานวิจัยล่าสุดของ Deloitte พบว่า 37% ของผู้บริโภคใช้อุปกรณ์ติดตามสุขภาพสำหรับภาวะสุขภาพต่างๆ อยู่แล้ว และอีก 47% ใช้อุปกรณ์เพื่อติดตามการออกกำลังกายและสุขภาพ
คว้าโอกาสจากเทรนด์นี้ด้วยการเปิดตัวแอปสุขภาพดิจิทัลของตัวเอง ไอเดียที่น่าสนใจได้แก่
- แอปฟิตเนส
- แอปเตือนกินยา
- แอปติดตามรอบเดือน
ด้วยการมาถึงของ AI จึงสามารถ "Vibe code" แอปของตัวเองได้ด้วยแพลตฟอร์มแบบ No-code อย่าง Lovable และข้ามค่าใช้จ่ายในการพัฒนาที่แพงลิบไปได้
ยกตัวอย่างเช่น Headspace ที่มีการทำสมาธิแบบมีคนนำมากกว่า 100 บทผ่านแอปมือถือ พร้อมด้วย Ebb แชตบอตที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของแพลตฟอร์มเอง ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ได้รับคำแนะนำกิจกรรมและการทำสมาธิเฉพาะบุคคลตามความรู้สึกในขณะนั้น
📚ต้องมีใบรับรองหรือไม่? ขึ้นอยู่กับฟังก์ชันแอป หากใช้บันทึกข้อมูลทั่วไปหรือการออกกำลังกาย ไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาต แต่ถ้าแอปมีการคัดกรอง วินิจฉัย หรือแปลผลโรคจะถูกจัดเป็นซอฟต์แวร์เครื่องมือแพทย์ (SaMD) ทันที ซึ่งกฎหมายบังคับให้ต้องขออนุมัติจาก อย. และต้องปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA
4. บริการบัญชีทางการแพทย์
ไอเดียธุรกิจ Healthcare ที่ทำกำไรจำนวนมากมุ่งเน้นไปที่การช่วยให้สถานพยาบาลใช้บริการภายนอกสำหรับงานธุรกิจสำคัญๆ รวมถึงบริการด้านบัญชี
หากเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ก็สามารถเริ่มธุรกิจที่ช่วยให้ผู้ให้บริการด้านสุขภาพจัดการการเงินและยื่นภาษีได้ โดยต้องมีความเชี่ยวชาญในทักษะเฉพาะทางของอุตสาหกรรม เช่น การจัดการโปรแกรมประกันเอกชนและของรัฐ อีกทั้งยังสามารถให้บริการบัญชีแบบทางไกลได้ ทำให้เป็นไอเดียธุรกิจออนไลน์ที่ยืดหยุ่น
งานที่อาจอยู่ในความรับผิดชอบของ CPA ทางการแพทย์ ได้แก่
- การกระทบยอดรายการเดินบัญชีธนาคาร
- การจัดทำรายงานทางการเงิน เช่น งบดุลและงบกำไรขาดทุน
- การตรวจสอบบัญชี
- การจัดเตรียมและยื่นแบบแสดงรายการภาษี
📚ต้องมีใบรับรองหรือไม่? ต้องมี โดยผู้ประกอบการจะต้องจบการศึกษาในสาขาบัญชีหรือบริหารธุรกิจ และต้องมีใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) จากสภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งต้องผ่านการทดสอบและปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพของประเทศไทย
5. บริการวางบิลทางการแพทย์
แม้องค์กรด้านการดูแลสุขภาพขนาดใหญ่มักจะมีแผนกวางบิลภายใน แต่ผู้ให้บริการด้านสุขภาพจำนวนมากดำเนินงานแบบอิสระหรือทำงานในคลินิกเล็กๆ และผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์เอกชนรายย่อยก็มักจะใช้บริการภายนอกในการวางบิลทางการแพทย์
ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางบิลจะยื่นเคลมประกัน เก็บเงินจากบริษัทประกันและผู้ป่วย รวมถึงช่วยให้สถานพยาบาลใช้และดูแลระบบซอฟต์แวร์วางบิลทางการแพทย์ หากสนใจธุรกิจวางบิลทางการแพทย์ ก็สามารถขอใบรับรองแบบออนไลน์และเสนอบริการให้กับสถานพยาบาลขนาดเล็กและขนาดกลางได้
📚ต้องมีใบรับรองหรือไม่? กฎหมายไทยไม่ได้บังคับ แต่เป็นสายงานเฉพาะทางที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ หากทำตลาดต่างประเทศ จำเป็นต้องมีใบรับรองระดับสากล เช่น AHIMA หรือ AAPC ส่วนในไทย ธุรกิจนี้ต้องใช้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญระดับสูงเกี่ยวกับระบบการเบิกจ่ายกองทุนสุขภาพภาครัฐ (เช่น สปสช. กรมบัญชีกลาง และประกันสังคม) รวมถึงระบบเคลมประกันภัยเอกชน (TPA) อย่างแม่นยำ
6. การตลาดสำหรับธุรกิจ Healthcare
หากมีความเชี่ยวชาญด้านการตลาด ลองเริ่มบริษัทที่ช่วยให้ผู้ให้บริการด้านสุขภาพเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและดึงดูดผู้ป่วยรายใหม่ คลินิกขนาดเล็กและผู้ให้บริการด้านสุขภาพอิสระมักจะจ้างผู้ให้บริการภายนอกสำหรับการสนับสนุนประเภทนี้อยู่บ่อยครั้ง
งานของธุรกิจนี้คือการช่วยธุรกิจดูแลสุขภาพหาลูกค้าใหม่ด้วยกลยุทธ์การตลาด เช่น
- การทำ SEO
- การตลาดผ่านอีเมล
- การตลาดผ่านโซเชียลมีเดีย
- การโฆษณาแบบเสียเงิน
- การตลาดแบบปากต่อปาก
- การโฆษณาในท้องถิ่น
ลองพัฒนาความเชี่ยวชาญในกลุ่มเฉพาะ ยกตัวอย่างเช่น อาจวางตำแหน่งบริษัทให้เป็นบริการการตลาดสำหรับคลินิกทันตกรรม คลินิกสัตวแพทย์ หรือผู้ให้บริการด้านการแพทย์ทางเลือกอย่างการฝังเข็มหรือการนวดบำบัด
📚ต้องมีใบรับรองหรือไม่? ไม่ต้อง แต่คุณวุฒิสามารถช่วยให้โดดเด่นได้หากต้องทำงานกับธุรกิจดูแลสุขภาพในอุตสาหกรรมที่มีการกำกับดูแล
7. บริการถอดเทปทางการแพทย์
องค์กรด้านการดูแลสุขภาพบางแห่งเปิดให้บุคลากรทางการแพทย์บันทึกเสียงข้อมูลเวชระเบียนผู้ป่วยได้ วิธีนี้ช่วยประหยัดเวลาแต่ต้องอาศัยการสนับสนุนจากผู้ถอดเทปทางการแพทย์ ผู้ถอดเทปเฉพาะทางเหล่านี้จะพิมพ์บันทึกเสียงเพื่อรวมไว้ในเวชระเบียนผู้ป่วยที่เป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งทีมดูแลสุขภาพของผู้ป่วยทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่าย
ลองเริ่มธุรกิจถอดเทปทางการแพทย์เพื่อให้บริการนี้แก่ผู้ให้บริการทางการแพทย์ ความนิยมของบริการ telehealth ที่เพิ่มขึ้นยังช่วยเพิ่มความต้องการบริการถอดเทปได้อีกด้วย
โซลูชันซอฟต์แวร์ Telehealth จำนวนมากสร้างข้อความถอดเทปโดยอัตโนมัติ ซึ่งต้องอาศัยผู้ตรวจทานที่มีความรู้ในการตรวจสอบความถูกต้อง ทำให้มีเวลาว่างมากขึ้นในการรับงานเพิ่ม
📚ต้องมีใบรับรองหรือไม่? ไม่ได้บังคับตามกฎหมาย แต่การมีใบรับรองระดับสากล เช่น AHDI หรือ RHDS จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและอัปค่าตัวได้สูงขึ้นมาก ส่วนในไทยผู้ทำธุรกิจนี้ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการรักษาความลับของคนไข้
8. บริการดูแลสุขภาพที่บ้าน
หากมีทักษะการสื่อสารกับผู้อื่นที่ดีและต้องการสนับสนุนให้ลูกค้ามีผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่ดี ก็สามารถทำเงินในฐานะผู้ให้บริการดูแลสุขภาพที่บ้านได้ นี่อาจเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ทำกำไรได้งาม โดยเฉพาะหากสามารถรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าไว้ได้
ผู้ดูแลสุขภาพที่บ้านให้บริการทางการแพทย์และดูแลตามความต้องการด้านสุขภาพทั้งแบบชั่วคราวหรือระยะยาว เช่น
- ผู้ป่วยที่กำลังฟื้นตัวจากการผ่าตัดหรือการรักษาทางการแพทย์อื่นๆ
- ผู้ป่วยที่มีภาวะสุขภาพรุนแรงหรือเรื้อรัง
- ผู้สูงอายุ
ความต้องการบริการดูแลสุขภาพที่บ้านคาดว่าจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ของประเทศไทย (Super-Aged Society) ทำให้นี่เป็นโอกาสทองในการเริ่มต้นธุรกิจที่มีความมั่นคงและขยายตัวได้ดีในระยะยาว โดยเมื่อธุรกิจเริ่มเติบโต คุณสามารถสร้างเครือข่ายจ้างพนักงานผู้เชี่ยวชาญเพื่อส่งไปดูแลคนไข้ตามบ้าน ซึ่งจะช่วยให้คุณรองรับฐานลูกค้าที่ใหญ่ขึ้น และสามารถผละตัวมาโฟกัสกับการบริหารจัดการองค์กรได้อย่างเต็มที่
📚ต้องมีใบรับรองหรือไม่? ผู้ให้บริการด้านสุขภาพทุกคนต้องมีใบอนุญาต
9. บริการพยาบาลส่วนตัว
บางคนชอบให้พยาบาลวิชาชีพช่วยดูแลในความสะดวกสบายที่บ้านของตัวเอง แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นพยาบาลที่ให้บริการเองก็สามารถคว้าโอกาสนี้ได้ ลองเริ่มบริการคอนเซียร์จที่เชื่อมโยงผู้ป่วยที่กำลังมองหาความช่วยเหลือที่บ้านแทน
ลูกค้ามักจ่ายค่าบริการพยาบาลส่วนตัวเป็นรายเดือน เปิดตัวการสมัครสมาชิกที่มอบสิทธิพิเศษให้ผู้ป่วยที่หาไม่ได้จากผู้ให้บริการแบบดั้งเดิม เช่น การเข้าถึงบริการตลอด 24 ชั่วโมง การเยี่ยมบ้าน รวมถึงการได้พยาบาลคนเดิม เพื่อแลกกับค่าบริการรายเดือน
📚ต้องมีใบรับรองหรือไม่? ไม่จำเป็น แต่บุคลากรทางการแพทย์ที่จ้างมาเพื่อดูแลผู้ป่วยต้องขึ้นทะเบียนและมีใบอนุญาต
10. ผู้ประสานงานท่องเที่ยวเชิงการแพทย์
ค่ารักษาพยาบาลในสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้น ทำให้หลายคนเดินทางไปไกลกว่าเดิมเพื่อรับการรักษา จึงปูทางให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ซึ่งเป็นตลาดที่คาดว่าจะมีมูลค่า 26.58 พันล้านดอลลาร์ ภายในปี 2033
แต่การเดินทางไปผ่าตัดมีการจัดการด้านโลจิสติกส์มากมาย ในฐานะผู้ประสานงาน ก็สามารถให้คำปรึกษากับผู้ป่วย รวบรวมเวชระเบียน รวมถึงขอใบเสนอราคาจากโรงพยาบาลต่างๆ ในสถานที่ที่ผู้ป่วยต้องการไป จากนั้นวางแผนการเดินทาง จองเที่ยวบิน โรงแรม รวมถึงการเดินทางในท้องถิ่น เพื่อแลกกับค่าบริการแบบเหมาจ่าย
อีกทั้งยังสามารถร่วมงานกับโรงพยาบาล โรงแรม หรือสายการบินระหว่างประเทศแบบแอฟฟิลิเอตได้ โรงพยาบาลอาจจ่ายค่าคอมมิชชัน (เป็นเปอร์เซ็นต์จากค่าใช้จ่ายในการรักษา) สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ที่พามา
📚ต้องมีใบรับรองหรือไม่? ไม่ได้บังคับอย่างเป็นทางการ แต่ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากกรมการท่องเที่ยว และการมีใบรับรองมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพผู้ประสานงานท่องเที่ยวเชิงการแพทย์จากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (TPQI) รวมถึงใบรับรองสากลอย่าง CMTP จะสามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กับคนไข้ต่างชาติได้
11. การจัดการเวชระเบียน
การจัดการเวชระเบียนเป็นงานที่ใช้เวลามาก และองค์กรด้านการดูแลสุขภาพจำนวนมากต้องการการสนับสนุนเฉพาะทาง
ลองเริ่มธุรกิจจัดเก็บเวชระเบียน เพื่อช่วยให้ผู้ให้บริการทางการแพทย์อิสระและสถานพยาบาลขนาดเล็กจัดการเวชระเบียนของผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เป็นหลัก ผู้ให้บริการต้องมีความรู้เรื่องมาตรฐานข้อมูลรหัสโรคสากล (ICD-10) และลงนามสัญญาประมวลผลข้อมูลร่วมกับสถานพยาบาลเพื่อความปลอดภัยของข้อมูลสุขภาพผู้ป่วยตามเกณฑ์กระทรวงสาธารณสุข
📚ต้องมีใบรับรองหรือไม่? ไม่ได้บังคับอย่างเป็นทางการ แต่ใบรับรองอย่าง Registered Health Information Administrator (ค่าสอบเริ่มต้นประมาณ 7,500 บาท) และ Certified Professional in Healthcare Information and Management Systems (ค่าสอบเริ่มต้นประมาณ 24,000 บาท) จะช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือและเพิ่มโอกาสในการรับงานบริหารจัดการข้อมูลกับโรงพยาบาลและคลินิกเอกชนชั้นนำได้
12. การวิเคราะห์ข้อมูลด้านการดูแลสุขภาพ
สถานพยาบาลเก็บข้อมูลจากผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก แต่ไม่ใช่ทุกแห่งที่จะมีนักวิเคราะห์ข้อมูลภายในเพื่อทำความเข้าใจข้อมูลที่รวบรวมมา
ลองเสนอการวิเคราะห์ข้อมูลเป็นบริการเพื่อช่วยธุรกิจดูแลสุขภาพในเรื่อง
- เพิ่มประสิทธิภาพด้วยการติดตามตัวชี้วัด เช่น เวลารอคอย การจัดตารางบุคลากร รวมถึงการไหลของผู้ป่วย
- มองหารูปแบบในข้อมูล (และให้ความรู้ว่ารูปแบบนี้หมายถึงอะไร)
- เรียนรู้วิธีผสาน AI สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล
นี่คือไอเดียธุรกิจที่ยอดเยี่ยมหากกำลังมองหางานแบบทางไกล ต่างจากธุรกิจทางการแพทย์อื่นๆ ตรงที่ไม่ต้องเผชิญหน้ากับผู้ป่วย จึงเหมาะกับคนที่เก็บตัวหรือคนที่อยากทำงานที่บ้าน
📚ต้องมีใบรับรองหรือไม่? ไม่จำเป็นต้องมีคุณวุฒิอย่างเป็นทางการในการเริ่มต้น แต่โปรแกรมอย่าง Certified Health Data Analyst (ค่าสอบเริ่มต้นประมาณ 8,500 บาท) สามารถช่วยให้โดดเด่นได้ อีกทั้งยังต้องมีการฝึกอบรมเกี่ยวกับวิธีรักษาความปลอดภัยของข้อมูลผู้ป่วยตามกฎหมาย PDPA
13. เวชภัณฑ์
แม้ไอเดียธุรกิจ Healthcare จำนวนมากจะมุ่งเน้นที่บริการทางธุรกิจ แต่ก็สามารถเริ่มบริษัทอีคอมเมิร์ซแบบ B2C ที่ขายเวชภัณฑ์ตรงถึงผู้ป่วยได้ (ทั้งแบบสินค้าครั้งเดียวหรือแบบสมัครสมาชิก) เช่น
- อุปกรณ์พยุงร่างกาย
- เวชภัณฑ์ดูแลบาดแผล
- เครื่องวัดความดันโลหิต
- อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยในห้องน้ำ
- ชุดฟื้นฟูหลังผ่าตัด
📚ต้องมีใบรับรองหรือไม่? ธุรกิจจัดจำหน่ายเวชภัณฑ์และอุปกรณ์การแพทย์ต้องได้รับใบอนุญาตผลิต นำเข้า หรือขายเครื่องมือแพทย์จากกองควบคุมเครื่องมือแพทย์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ผู้ประกอบการที่ต้องการเป็นคู่สัญญากับภาครัฐต้องขึ้นทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (e-GP) และอาจต้องวางหลักประกันธนาคารตามเงื่อนไขของสัญญาเพื่อป้องกันความเสียหาย
14. การให้เช่าอุปกรณ์การแพทย์
ไม่ใช่สถานพยาบาลทุกแห่งที่ต้องการซื้ออุปกรณ์ขาดขาด บางแห่งชอบที่จะควบคุมต้นทุนเริ่มต้นให้ต่ำและเช่าอุปกรณ์จากบริษัทให้เช่าแทน
คว้าโอกาสจากตรงนี้ด้วยการเริ่มบริการให้เช่าอุปกรณ์การแพทย์ของตัวเอง คนที่กำลังฟื้นตัวจากการบาดเจ็บหรือการผ่าตัดมักจะมีความต้องการอุปกรณ์การแพทย์ราคาแพงชั่วคราว นั่นหมายความว่ามีตลาดเช่าที่สม่ำเสมอสำหรับสินค้าราคาสูงอย่างเครื่องผลิตออกซิเจน สกู๊ตเตอร์ รวมถึงเตียงผู้ป่วย
ไอเดียนี้มีต้นทุนเริ่มต้นสูง เพราะต้องซื้ออุปกรณ์ที่วางแผนจะให้เช่า รวมถึงต้องคำนวณค่าซ่อมแซมหรือบำรุงรักษาอุปกรณ์ที่ให้เช่าด้วย อีกทั้งยังต้องมีประกันความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์เพื่อป้องกันตัวเองหากเครื่องทำงานผิดพลาด และต้องกรอกใบสมัครซัพพลายเออร์ Medicare หากยอมรับวิธีการชำระเงินนี้
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจนี้จะสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอด้วยบริการแบบสมัครสมาชิก และไม่จำเป็นต้องคอยซื้อสต็อกใหม่อยู่ตลอด อีกทั้งยังเป็นเจ้าของทุกอย่างที่ซื้อมาด้วย
นอกจากนี้ หากขายให้กับผู้ป่วยเอกชน ผู้ป่วยอาจสามารถขอคืนค่าเช่าอุปกรณ์ผ่าน Medicare ได้ ซึ่งสามารถลงทะเบียนเป็นซัพพลายเออร์ Medicare เพื่อวางบิลโดยตรงแทนที่จะเรียกเก็บเงินจากลูกค้า
📚ต้องมีใบรับรองหรือไม่? ต้องยื่นขอใบอนุญาตขายหรือนำเข้าเครื่องมือแพทย์จากกองควบคุมเครื่องมือแพทย์ นอกจากนี้ หากต้องการเข้าร่วมโครงการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นคู่สัญญากับสถานพยาบาลของรัฐ จะต้องขึ้นทะเบียนในระบบ e-GP และวางหลักประกันสัญญากับทางธนาคารตามสัดส่วนมูลค่าโครงการเพื่อค้ำประกันการดำเนินงาน
15. เครื่องแต่งกายทางการแพทย์
ไอเดียสตาร์ทอัพด้านการดูแลสุขภาพแบบ B2C อื่นๆ อาจรวมถึงการเจาะกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ด้วยการขายเครื่องแต่งกายที่สวมใส่สบายและใช้งานได้จริง เช่น ชุดสครับ เสื้อกาวน์ รวมถึงรองเท้า อาจสร้างไลน์รองเท้าที่ทั้งมีสไตล์และทนทานสำหรับบุคลากรในโรงพยาบาล หรือคัดสรรผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของบุคลากรทางการแพทย์ที่งานยุ่ง
Figs คือหนึ่งในเรื่องราวความสำเร็จ Heather Hasson ผู้ร่วมก่อตั้งไม่อยากเชื่อเลยว่าเพื่อนที่เป็นพยาบาลวิชาชีพต้องใส่ชุดสครับที่ไม่สบายตัวเป็นเวลาหลายชั่วโมง จึงสร้างไลน์เสื้อผ้าที่ทั้งสบายและมีสไตล์สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าทำกำไรได้งาม โดยเฉพาะไตรมาสที่สามของปี 2025 เพียงไตรมาสเดียว FIGS มีรายได้ถึง 151.7 ล้านดอลลาร์
FIGS ขายชุดสครับที่มีสไตล์สำหรับบุคลากรทางการแพทย์
หากไม่อยากเสี่ยงกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตัวเอง ลองดูโมเดลธุรกิจทางเลือก ตัวเลือกยอดนิยม ได้แก่
- ดรอปชิป: ขายผลิตภัณฑ์ที่ผลิตเสร็จแล้วต่อ ซัพพลายเออร์จะหยิบ แพ็ก รวมถึงจัดส่งคำสั่งซื้อให้ลูกค้าเมื่อได้รับคำสั่งซื้อผ่านร้านค้าออนไลน์
- พิมพ์ตามสั่ง: เพิ่มการปรับแต่งลงบนผลิตภัณฑ์ที่ผลิตเสร็จแล้ว ซัพพลายเออร์ยังคงจัดการเรื่องการเติมเต็มคำสั่งซื้อ แต่จะได้ควบคุมการออกแบบผลิตภัณฑ์ในฐานะครีเอเตอร์
📚ต้องมีใบรับรองหรือไม่? ไม่ต้อง
16. การจัดหาบุคลากรทางการแพทย์เฉพาะทาง
อุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพกำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงาน Statista ประเมินว่าภายในปี 2038 จะมีการขาดแคลนแพทย์ทั้งหมด 12%
บุคลากรทางการแพทย์ที่คาดว่าจะขาดแคลนมากที่สุดได้แก่
- จิตแพทย์ผู้ใหญ่
- จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
- แพทย์โรคหัวใจ
- สูตินรีแพทย์
- ศัลยแพทย์
คว้าโอกาสจากตรงนี้ด้วยเอเจนซีจัดหาบุคลากรทางการแพทย์ที่เชื่อมโยงคนในตำแหน่งเหล่านี้กับงาน อาจทำหน้าที่เป็นรีครูตเตอร์ที่ช่วยหางานประจำให้และรับค่าคอมมิชชันจากนายจ้างรายใหม่ หรืออีกทางหนึ่งคือ "ให้ยืม" บุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นที่ต้องการสูงแก่สถานพยาบาลที่ต้องการการสนับสนุนแบบพาร์ตไทม์
📚ต้องมีใบรับรองหรือไม่? ไม่จำเป็นในช่วงการเริ่มธุรกิจ แต่คนที่จ้างหรือจัดหาให้ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนสำหรับตำแหน่งนั้น
17. บริการผู้เชี่ยวชาญด้านประกันสุขภาพ
คาดว่า 92% ของประชากรสหรัฐฯ มีประกันสุขภาพ บางคนได้ประกันผ่านนายจ้าง ในขณะที่บางคนต้องการความช่วยเหลือในการหากรมธรรม์เอกชนที่เหมาะกับตัวเองและครอบครัว นี่คือจุดที่ธุรกิจนี้จะเข้ามาช่วยได้
ปัจจุบันประชากรไทยมากกว่า 99% มีสิทธิการรักษาพยาบาลขั้นพื้นฐานของรัฐรองรับอยู่แล้ว แต่ภาวะอัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้คนไทยจำนวนมากหันมาให้ความสำคัญและต้องการเลือกซื้อแผนประกันสุขภาพภาคเอกชนเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มความอุ่นใจและเข้าถึงการรักษาที่รวดเร็วยิ่งขึ้น แต่เนื่องจากเงื่อนไขกรมธรรม์ในปัจจุบันมีความซับซ้อน มีการนำระบบร่วมจ่ายมาใช้ รวมถึงขอบข่ายการคุ้มครองโรคร้ายแรงที่แตกต่างกัน จึงทำให้หลายคนต้องการผู้เชี่ยวชาญมาช่วยเปรียบเทียบและจัดสรรแผนประกันที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตนเองและครอบครัว นี่คือจุดที่ธุรกิจที่ปรึกษาด้านประกันสุขภาพจะเข้ามาตอบโจทย์และสร้างรายได้อย่างงดงาม
ลองเริ่มธุรกิจผู้เชี่ยวชาญด้านประกันสุขภาพของตัวเองและให้บริการลูกค้ารายบุคคล หรือร่วมมือกับแผนกทรัพยากรบุคคลขององค์กร
ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันสุขภาพจะช่วยให้ผู้ป่วยเข้าใจและจัดการกับภูมิทัศน์ของประกันสุขภาพได้ โดยสามารถให้การสนับสนุนด้านการบริหารและบริการให้คำปรึกษาด้านประกัน ช่วยเลือกแผนประกันสุขภาพ ช่วยให้ผู้ป่วยเข้าใจผลประโยชน์ รวมถึงสื่อสารกับบริษัทประกันและผู้ให้บริการดูแล
📚ต้องมีใบรับรองหรือไม่? ต้องมี การประกอบธุรกิจขายหรือให้คำแนะนำด้านประกันสุขภาพ จะต้องผ่านการสอบความรู้และได้รับใบอนุญาตเป็น "ตัวแทนหรือนายหน้าประกันวินาศภัย/ประกันชีวิต" จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
18. ที่ปรึกษาด้านการดูแลสุขภาพ
หากมีประสบการณ์ทำงานในองค์กรทางการแพทย์และมีชุดทักษะเฉพาะที่สถานพยาบาลอื่นต้องการ (เช่น การตลาดหรือการบริหารการเงิน) ลองเป็นที่ปรึกษาด้านการดูแลสุขภาพดู
ที่ปรึกษาด้านการดูแลสุขภาพจะสร้างกลยุทธ์ให้องค์กรบรรลุเป้าหมาย ยกตัวอย่างเช่น หากโรงพยาบาลในท้องถิ่นต้องการทดลองโปรแกรมฝึกอบรมพนักงานใหม่ ก็อาจจ้างที่ปรึกษาเพื่อหาวิธีที่ดีที่สุดในการนำร่อง ทดสอบ รวมถึงขยายโครงการ กลยุทธ์เหล่านี้มักเป็นระยะยาว ซึ่งหมายถึงมูลค่าตลอดช่วงชีวิตลูกค้า (CLV) ที่สูงและแรงกดดันในการหาลูกค้าใหม่ที่น้อยลง
📚ต้องมีใบรับรองหรือไม่? ไม่ได้บังคับอย่างเป็นทางการ แต่องค์กรส่วนใหญ่จะจ้างที่ปรึกษาที่มีวุฒิด้านการจัดการหรือมีประสบการณ์อย่างมากในหัวข้อที่ให้คำปรึกษา
19. ธุรกิจบล็อกด้านการดูแลสุขภาพ
หากมีความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและอุตสาหกรรมนี้ ลองทำเงินด้วยธุรกิจบล็อกที่มุ่งไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เป็นมืออาชีพในวงการหรือคนที่ใส่ใจสุขภาพ
ขึ้นอยู่กับความสนใจ อาจโฟกัสไปที่กลุ่มเฉพาะอย่างสุขภาพจิต เทคโนโลยีทางการแพทย์ การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ การติดยาและการบำบัด หรือแม้แต่การแพทย์สัตวแพทย์
ช่วยให้ผู้อ่านตามข่าวสารในวงการ เข้าถึงแหล่งข้อมูล รวมถึงหาคำตอบสำหรับคำถามทั่วไป และเมื่อสร้างฐานผู้ติดตามได้แล้ว ก็สามารถหารายได้เสริมในฐานะบล็อกเกอร์ได้ด้วยการ
- แชร์คอนเทนต์ที่มีสปอนเซอร์
- ขายโฆษณาบนบล็อก
- ใส่ลิงก์แอฟฟิลิเอตและรับค่าคอมมิชชันเมื่อผู้อ่านซื้อผลิตภัณฑ์ที่กล่าวถึง
อีกทั้งยังสามารถเสนอความเชี่ยวชาญในฐานะนักเขียนด้านการดูแลสุขภาพให้กับสื่อสิ่งพิมพ์ในวงการ ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ หรือแม้แต่สถานพยาบาลที่สนใจพัฒนากลยุทธ์การตลาดคอนเทนต์
📚ต้องมีใบรับรองหรือไม่? ไม่ต้อง การมีใบประกาศนียบัตรหรือวุฒิการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับสายการแพทย์ จะช่วยการันตีความเชี่ยวชาญ ความน่าเชื่อถือ และภาพลักษณ์ของการเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในเรื่องนั้นๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือเกณฑ์สำคัญที่เรียกว่า E-E-A-T ที่ Google ใช้ประเมินคุณภาพของเว็บไซต์กลุ่มการแพทย์และสุขภาพ เพื่อคัดเลือกบล็อกที่น่าเชื่อถือที่สุดขึ้นไปแสดงในหน้าแรกของผลการค้นหา
20. บริการดูแลผู้สูงอายุ
ปัจจุบันผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้น ซึ่งหมายความว่าประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ผู้สูงอายุจำนวนมากไม่สะดวกหรือมีความประสงค์ที่จะไม่ย้ายไปอยู่สถานบริบาล จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าบริการดูแลผู้สูงอายุถึงที่บ้านกำลังเป็นที่ต้องการอย่างมหาศาล
มีไอเดียธุรกิจหลักๆ อยู่ 2 แบบ
- การดูแลที่ไม่ใช่ทางการแพทย์ จะช่วยเรื่องกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น งานบ้าน เตือนให้ผู้ป่วยกินยา รวมถึงเป็นเพื่อนคอยดูแล
- การดูแลทางการแพทย์ หากเป็นพยาบาลวิชาชีพหรือมีคุณวุฒิที่อนุญาตให้ให้บริการเหล่านี้ได้ ก็จะช่วยดูแลผู้ป่วยสูงอายุในเรื่องต่างๆ เช่น การให้ยา การบำบัด รวมถึงการดูแลบาดแผล
📚ต้องมีใบรับรองหรือไม่? ต้องมี โดยผู้ประกอบการจะต้องยื่นขอใบอนุญาตจัดตั้ง "กิจการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง" จากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข นอกจากนี้ ตัวผู้ปฏิบัติงานจะต้องผ่านหลักสูตรการฝึกอบรมและได้รับใบประกาศนียบัตรรับรองตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด
21. บริการด้านสุขภาพจิตและสุขภาวะ
หากมีใจรักที่จะช่วยเหลือผู้คนในเรื่องสุขภาพจิตและสุขภาวะที่ดี ลองเริ่มบริการเพื่อช่วยเหลือดู ธุรกิจนี้ทำเงินได้ เพราะราว 90% ของค่าใช้จ่ายด้านการดูแลสุขภาพเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะเรื้อรังและปัญหาสุขภาพจิต
มีกลุ่มย่อยมากมายภายในไอเดียธุรกิจ Healthcare นี้
- การสนับสนุนสุขภาพจิตในที่ทำงาน
- การบำบัดเสมือน
- โค้ชด้านสุขภาพและสุขภาวะ
- คลาสทำสมาธิ
- สตูดิโอฟื้นฟูด้วยการบำบัดร้อนและเย็น
📚ต้องมีใบรับรองหรือไม่? ขึ้นอยู่กับกรณี หากคุณเปิดคลินิกและให้บริการด้านจิตเวชหรือจิตวิทยาคลินิก กฎหมายไทยบังคับว่าต้องได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพโรคศิลปะ สาขาจิตวิทยาคลินิก หรือใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม (สำหรับจิตแพทย์) จากกระทรวงสาธารณสุข แต่หากเป็นบริการให้คำปรึกษาทั่วไป เช่น ไลฟ์โค้ช หรือนักจัดกิจกรรมบำบัดความเครียด ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายควบคุมใบอนุญาตโดยตรง ทว่าการมีใบรับรองระดับสากลอย่าง NBHWC หรือหลักสูตรที่รับรองโดยสมาคมผู้ฝึกสอนและการโค้ชแห่งประเทศไทย จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้รับบริการได้อย่างมาก
22. บริการทำความสะอาดทางการแพทย์
ทำเงินด้วยการเสนอบริการทำความสะอาดแบบมืออาชีพให้กับสถานพยาบาล เช่น ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ คลินิก รวมถึงสำนักงาน ผู้ทำความสะอาดทางการแพทย์จะปฏิบัติตามโปรโตคอลเฉพาะในการกำจัดขยะทางการแพทย์และฆ่าเชื้อสถานที่รวมถึงอุปกรณ์
อีกทั้งยังสามารถเสนอบริการทำความสะอาดระดับการแพทย์ให้กับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการลดการแพร่กระจายของไวรัสและโรคติดต่อตามฤดูกาลอื่นๆ เพื่อให้ผู้บริหารมั่นใจได้ว่าพื้นที่ได้รับการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโดยทีมสุขาภิบาลที่ผ่านการฝึกอบรม
📚ต้องมีใบรับรองหรือไม่? ขึ้นอยู่กับประเภทของการทำความสะอาด ยกตัวอย่างเช่น หากต้องสัมผัสกับเลือดหรือของเหลวในร่างกาย ต้องผ่านการฝึกอบรมการป้องกันและระงับการแพร่เชื้อหรืออันตรายที่อาจเกิดจากมูลฝอยติดเชื้อ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข
23. การแพทย์ทางเลือก
ตลาดสุขภาพทางเลือกกำลังเติบโต ด้วยมูลค่าตลาดที่ประเมินไว้ที่ 37.8 พันล้านดอลลาร์ จึงสามารถคว้าโอกาสนี้ได้ด้วยการเริ่มธุรกิจการแพทย์ทางเลือกของตัวเองที่มุ่งเน้นบริการอย่างเช่น
- การฝังเข็ม
- การนวด
- สมุนไพร
- เรกิหรือการบำบัดโซมาติก
- โยคะและการทำสมาธิ
- การโค้ชสุขภาพ
- การให้คำปรึกษาด้านโภชนาการ
ผสานไอเดียบริการนี้เข้ากับโปรแกรมสะสมแต้มเพื่อให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการอีก ยกตัวอย่างเช่น ผู้เข้าคลาสโยคะอาจได้ 1 แต้มทุกครั้งที่จองคลาส เมื่อครบ 5 คลาส อาจปลดล็อกสินค้าแบรนด์ฟรี (เช่น ถุงเท้าโยคะ ลิมิเต็ด เอดิชั่น) และหากสะสมครบ 10 แต้มจะได้เซสชันฟรี
📚ต้องมีใบรับรองหรือไม่? ขึ้นอยู่กับบริการ ตัวเลือกบางอย่า เช่น การโค้ชสุขภาพ ไม่ต้องมีใบรับรองอย่างเป็นทางการ แต่บางบริการต้องมีใบอนุญาต เช่น การนวดบำบัดและการฝังเข็ม
วิธีเลือกไอเดียธุรกิจ Healthcare ที่ใช่
ท่ามกลางโมเดลธุรกิจที่มีให้เลือกอย่างหลากหลาย การตัดสินใจเลือกปักหมุดเพื่อก้าวเข้าสู่สมรภูมิผู้ประกอบการ Healthcare จึงไม่ใช่เรื่องง่าย หากคุณต้องการเพิ่มโอกาสความสำเร็จและลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุด สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการประเมินและทดสอบความเป็นไปได้ของไอเดียธุรกิจ Healthcare นั้นๆ ล่วงหน้า
โดยแนะนำให้พิจารณาปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญเหล่านี้ เพื่อประกอบการตัดสินใจ
- เป้าหมาย อยากทำเงินมากขึ้น เป็นนายตัวเอง หรือช่วยเหลือผู้ป่วยให้ได้มากที่สุด คำตอบจะส่งผลต่อว่าไอเดียธุรกิจไหนเหมาะที่สุด ยกตัวอย่างเช่น หากมีใจรักที่จะช่วยเหลือคนให้ได้มากที่สุด ก็เลือกอะไรที่ขยายตัวได้อย่างการเขียนบล็อกด้านสุขภาพ
- ทรัพยากร มีเวลา แรงกาย รวมถึงเงินมากแค่ไหนที่จะลงทุนในธุรกิจใหม่ หากเป็นพ่อแม่ที่ต้องทำงานและยุ่งอยู่และกำลังมองหางานเสริม การเป็นที่ปรึกษาอาจไม่เหมาะนัก เลือกอะไรที่ยืดหยุ่นกว่าอย่างการขายบริการถอดเทปทางการแพทย์หรือบริการการตลาดแทน
- บุคลิกภาพ อยากใช้เวลาในแต่ละวันอย่างไร หากเป็นคนเปิดเผยและชอบเข้าสังคม ก็ใช้ทักษะนั้นขายบริการให้คำปรึกษาหรือช่วยธุรกิจด้านการตลาด แต่ถ้าเป็นคนเก็บตัวมากกว่า ก็เลือกอะไรที่ทำแบบทางไกลได้อย่างการเขียนบล็อกด้านสุขภาพหรือช่วยจัดการเวชระเบียน
- ความชอบเสี่ยง ธุรกิจบางอย่างมีความเสี่ยงมากกว่าโดยธรรมชาติ หากความคิดเรื่องการขอใบอนุญาตและใบรับรองไม่ทำให้กลัว ก็สามารถทำเงินได้จากไอเดียอย่างการขายอุปกรณ์การแพทย์ แต่ถ้าอยากระมัดระวังไว้ก่อน ก็เลือกอะไรที่ไม่มีการกำกับดูแลเข้มงวดนัก เช่น เสื้อผ้าที่ออกแบบสำหรับบุคลากรทางการแพทย์
การประเมินต้นทุนเริ่มต้นและผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI)
ธุรกิจส่วนใหญ่ต้องอาศัยการลงทุนเพื่อเริ่มดำเนินงาน เพื่อป้องกันค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดฝันในภายหลัง ให้จัดงบประมาณไว้ในแผนธุรกิจ วางเค้าโครงค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นและทำการวิจัยตลาด เพื่อประเมินว่าแต่ละรายการจะมีค่าใช้จ่ายเท่าไร
อย่าลืมคำนวณต้นทุนเริ่มต้นและค่าใช้จ่ายต่อเนื่องด้วย ยกตัวอย่างเช่น
|
ต้นทุนเริ่มต้น |
ค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง |
|---|---|
|
|
แผนการเงินนี้จะกลายเป็นรากฐานของทั้งธุรกิจ เมื่อรู้ค่าใช้จ่ายที่ต้องครอบคลุมแล้ว ก็สามารถคำนวณย้อนกลับเพื่อกำหนดราคา ปรับแต่งส่วนผสมของผลิตภัณฑ์หรือบริการ รวมถึงประเมินการชำระภาษีได้
ตัวเลือกในการระดมทุน
แม้จะสามารถเริ่มธุรกิจด้วยงบจำกัดได้ แต่งานเสริมด้านการดูแลสุขภาพส่วนใหญ่ก็ต้องใช้เงินลงทุนบ้างเพื่อเริ่มดำเนินงาน และนี่คือตัวเลือกสำหรับคนที่อาจจะยังไม่มีเงินทุนสนับสนุนธุรกิจใหม่ด้วยตัวเอง
- สินเชื่อธนาคาร ธนาคารปล่อยกู้แก่สตาร์ทอัพโดยพิจารณาจากแผนธุรกิจ ควรกระทบยอดเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยจากหลายแห่ง และใช้ระบบ บสย. ช่วยค้ำประกันกรณีขาดหลักทรัพย์ รวมถึงประเมินกำลังการผ่อนชำระก่อนรับสินเชื่อ
- บัตรเครดิต หากมีประวัติเครดิตส่วนบุคคลที่ดี สามารถใช้บัตรเครดิตเป็นทุนสำรองให้ธุรกิจใหม่ได้ทันที เพียงแต่ต้องแบกรับความเสี่ยงและรับผิดชอบภาระหนี้สินและการผ่อนชำระด้วยตัวเอง
- เงินทุนสนับสนุนจากรัฐ ทุนให้เปล่าจากหน่วยงานในไทย เช่น NIA หรือ TED Fund มีการแข่งขันสูงและเกณฑ์คัดเลือกเข้มงวด แต่หากโครงการผ่านการอนุมัติ ก็ไม่จำเป็นต้องผ่อนชำระคืนเงินทุนที่ได้รับ
การประเมินความต้องการของตลาด
ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จส่งมอบผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ลูกค้าต้องการ วิเคราะห์ความต้องการของตลาดเพื่อค้นหาว่าไอเดียเป็นไปตามนี้หรือไม่
- ทำการวิจัยคีย์เวิร์ด มีคนค้นหาวลีที่ผู้คนอาจใช้ค้นหาธุรกิจดูแลสุขภาพนี้มากแค่ไหน เครื่องมือฟรีอย่าง Keyword Surfer และ Google Trends สามารถแสดงข้อมูลนี้ได้
- ใช้เครื่องมือ Social listening ติดตามบทสนทนา รวมถึงคอมเมนต์ที่เกิดขึ้นบนโพสต์ของแบรนด์คู่แข่ง เพื่อเรียนรู้ว่าลูกค้าที่เป็นไปได้ต้องการอะไร หากสังเกตเห็นเทรนด์ที่ผู้คนกำลังมองหาผู้ช่วยดูแลผู้สูงอายุในภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง นั่นอาจเป็นสัญญาณของความต้องการในตลาด
- ใช้งานวิจัยที่มีอยู่ "มีวิทยาศาสตร์ที่น่าทึ่งมากมายที่ได้รับการรับรองจากนักวิทยาศาสตร์ แพทย์ รวมถึงนักวิชาการ ที่ไม่ได้ถูกนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์" Alice Li ผู้ก่อตั้งแบรนด์วิตามิน First Day กล่าวในบทสัมภาษณ์ Shopify Masters
- รวบรวมความคิดเห็น ใช้โพลล์ แบบสำรวจ รวมถึงการทำโฟกัสกรุ๊ปแบบพบหน้า เพื่อถามกลุ่มเป้าหมายเกี่ยวกับไอเดีย มองเห็นความต้องการต่อสิ่งนี้ไหม และยินดีจ่ายเท่าไร
เมื่อถูกถามว่าผู้ประกอบการด้านการดูแลสุขภาพคนอื่นๆ ทำอะไรได้บ้างเพื่อก้าวข้ามอุปสรรคในการวิจัยตลาดในตอนหนึ่งของ Shopify Masters Amy Divaraniya ผู้ก่อตั้ง OOVA กล่าวว่า "ก็แค่ลงมือทำเลย"
"เราเสียเวลาไปมากกับการพยายามออกแบบโพลที่สมบูรณ์แบบและทำให้แน่ใจว่าคำถามไม่ได้ชี้นำ แต่เราจะไม่รู้ในสิ่งที่เราไม่รู้จนกว่าจะเริ่มได้รับข้อมูล" Amy กล่าว "ต้องปรับปรุงมันไปเรื่อยๆ ต้องเปลี่ยนมันไปเรื่อยๆ ไม่เป็นไรหรอก มันคือวงจรการเรียนรู้ ทุกข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้ล้วนสำคัญมากต่อการเติบโตของบริษัท"
ความท้าทายในช่วงเริ่มและโซลูชั่น
การเติบโตของธุรกิจดูแลสุขภาพ ย่อมมาพร้อมความท้าทาย
การปฏิบัติตามกฎระเบียบ
การดูแลสุขภาพมีการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด ขึ้นอยู่กับไอเดียที่เลือก อาจมีกฎระเบียบทั้งในระดับรัฐบาล รวมถึงใบรับรองเฉพาะทางของอุตสาหกรรมที่จำเป็นในการดำเนินธุรกิจ
การเติบโตของธุรกิจดูแลสุขภาพในไทยเผชิญความท้าทายด้านกฎระเบียบที่เข้มงวด โดยเฉพาะการคุ้มครองข้อมูลผู้ป่วยตามกฎหมาย PDPA ซึ่งมีโทษปรับทางแพ่งสูงสุดถึง 5 ล้านบาท รวมถึงโทษอาญาและต้องปฏิบัติตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข การดำเนินธุรกิจยังต้องขึ้นทะเบียนขอรหัสสถานพยาบาลกับหน่วยงานภาครัฐ เช่น สปสช. หรือคู่สัญญาประกันเอกชน (TPA) เพื่อใช้ในการเบิกจ่ายและเคลมค่ารักษาพยาบาล
ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
กลุ่มมิจฉาชีพไซเบอร์มักพุ่งเป้าโจมตีบริษัทในอุตสาหกรรม Healthcare เนื่องจากข้อมูลประวัติการรักษาพยาบาลเป็นข้อมูลที่มีมูลค่าสูงมากในตลาดมืด โดยในปัจจุบัน สถิติคดีการโจรกรรมและการรั่วไหลของข้อมูลในแวดวงสาธารณสุขยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในแต่ละปี
ตามกฎหมาย PDPA (พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล) ของไทย ข้อมูลสุขภาพจัดเป็น ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวสูง ซึ่งมีบทลงโทษที่รุนแรงทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และโทษปรับทางการปกครอง ธุรกิจดูแลสุขภาพจึงมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูง
- เปิดใช้งานเทคโนโลยีระบุตัวตนหลายปัจจัย: บังคับใช้ระบบการยืนยันตัวตนหลายชั้นในทุกอุปกรณ์หรือซอฟต์แวร์ที่เข้าถึงข้อมูลคนไข้
- เข้ารหัสข้อมูลทุกขั้นตอน: ต้องทำการเข้ารหัสข้อมูลทั้งในระหว่างการจัดเก็บและระหว่างการรับส่งข้อมูล เช่น การส่งต่อประวัติคนไข้ทางอีเมลหรือแพลตฟอร์มภายใน
- ประเมินความเสี่ยงประจำปี: ตรวจสอบและประเมินช่องโหว่ของระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์เป็นประจำทุกปีเพื่ออุดรอยรั่วได้ทันท่วงที
- ลงนามข้อตกลงประมวลผลข้อมูล: ต้องจัดทำสัญญาความปลอดภัยและการประมวลผลข้อมูลร่วมกับคู่ค้า ซัพพลายเออร์ หรือผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ภายนอก ทุกรายที่สามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพภายใต้การดูแลของคุณ
- ควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงตามระดับงาน: จำกัดสิทธิ์ในการมองเห็นข้อมูลสุขภาพของพนักงานและทีมงาน โดยกำหนดให้เข้าถึงได้เฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่นั้นๆ เท่านั้น
💡หมายเหตุ นี่ไม่ใช่รายการที่ครอบคลุมทั้งหมดและกฎระเบียบสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเพื่อทำความเข้าใจว่ากฎระเบียบใดใช้กับไอเดียธุรกิจ Healthcare ก่อนดำเนินการต่อ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไอเดียธุรกิจ Healthcare
จะเริ่มธุรกิจเล็กๆ ด้านการดูแลสุขภาพได้อย่างไร
ขั้นตอนการเริ่มธุรกิจดูแลสุขภาพ ทำได้ดังนี้
- ทำการวิจัยตลาด
- ระบุกลุ่มเป้าหมาย
- พัฒนาคุณค่าเฉพาะตัวที่นำเสนอ
- รับการฝึกอบรมหรือใบอนุญาตที่จำเป็น
- ออกแบบและเปิดตัวเว็บไซต์หรือร้านค้าออนไลน์
- ทำการตลาดให้ธุรกิจ
จะทำให้ธุรกิจ Healthcare เติบโตได้อย่างไร
ต่อไปนี้คือ 3 กลยุทธ์ที่ช่วยให้ธุรกิจ Healthcare เติบโตได้
- เริ่มโปรแกรมการตลาดแบบบอกต่อ
- สร้างตัวตนบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย
- ใช้กลยุทธ์การขายเชิงรุก
ต้องมีพื้นฐานทางการแพทย์เพื่อเริ่มธุรกิจ Healthcare หรือไม่
ไม่จำเป็นเสมอไป ไอเดียธุรกิจสุขภาพจำนวนมากขายเวชภัณฑ์ หรือให้บริการทางธุรกิจแก่องค์กรด้านการดูแลสุขภาพ ซึ่งทั้งสองอย่างไม่ต้องอาศัยการฝึกอบรมทางการแพทย์เฉพาะทาง
ธุรกิจไหนในวงการดูแลสุขภาพที่ทำกำไรได้มากที่สุด
ธุรกิจที่เน้นบริการมักจะเป็นธุรกิจดูแลสุขภาพที่ทำกำไรได้มากที่สุด ต่างจากการซื้อสต็อกมาขายต่อหรือการลงทุนในแอปสุขภาพ ตรงที่เป็นการขายเวลาเพื่อแลกกับเงิน
ต้องใช้เงินทุนเท่าไรในการเริ่มธุรกิจดูแลสุขภาพ
เงินที่ต้องใช้ในการเริ่มธุรกิจดูแลสุขภาพขึ้นอยู่กับไอเดีย บางไอเดียอย่างการเขียนบล็อกด้านสุขภาพและการให้คำปรึกษามีต้นทุนเริ่มต้นต่ำ ในขณะที่บางไอเดีย เช่น การผลิตไลน์เครื่องแต่งกายทางการแพทย์ของตัวเองหรือการให้เช่าอุปกรณ์การแพทย์ ต้องใช้งบประมาณที่มากกว่า

