สำหรับผู้ค้าปลีกแล้วกระบวนการจาก "กดซื้อเลย" ไปจนถึง "พัสดุส่งถึงมือ" ประกอบด้วยขั้นตอนที่ซับซ้อนหลากหลาย ดังนั้นเพื่อให้ดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทจำเป็นจะต้องจัดสรรเวลาและทรัพยากรให้กับการจัดการสินค้าคงคลัง การจัดส่ง รวมถึงการติดตามพัสดุ
อย่างไรก็ตามเมื่อจัดการแบบแมนนวลหรือผ่านระบบที่แยกส่วนกัน กระบวนการเหล่านี้ก็อาจสร้างจุดอุดตัน ส่งผลให้ประสบการณ์ลูกค้าไม่ราบรื่นเท่าที่ควร การจัดการคำสั่งซื้อแบบอัตโนมัติจึงจะเป็นโซลูชันที่ปฏิวัติวงการได้จริง โดยเป็นการนำงานที่หลากหลายเหล่านี้มารวมไว้ภายใต้กรอบการทำงานที่เชื่อมโยงกันเพียงกรอบเดียว
คู่มือนี้จะพาไปเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการคำสั่งซื้อแบบอัตโนมัติ และวิธีการใช้งานอย่างมีกลยุทธ์ในสภาพแวดล้อมการค้าปลีก
การจัดการคำสั่งซื้อแบบอัตโนมัติคืออะไร
การจัดการคำสั่งซื้อแบบอัตโนมัติคือแนวทางที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีในการจัดการขั้นตอนต่าง ๆ ของกระบวนการจัดการคำสั่งซื้อ โดยจะเป็นการผสานรวมโซลูชันซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์เพื่อทำงานแมนนวลและงานที่ซ้ำซากให้เป็นอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นการติดตามและจัดการสินค้าคงคลัง หรือการคัดเลือก บรรจุ รวมถึงการจัดส่งคำสั่งซื้อ
การรวมศูนย์การดำเนินงานเหล่านี้ภายใต้ระบบเดียว จะช่วยให้ผู้ค้าปลีกปรับปรุงขั้นตอนการทำงาน, ลดการแทรกแซงแบบแมนนวล, ลดข้อผิดพลาด รวมถึงเพิ่มความแม่นยำในการจัดการคำสั่งซื้อของลูกค้าได้
ประโยชน์ของการจัดการคำสั่งซื้อแบบอัตโนมัติ
- ลดการป้อนข้อมูลแบบแมนนวล
- เพิ่มประสิทธิภาพคลังสินค้าเพื่อการจัดการสินค้าคงคลังที่ดีขึ้น
- ประหยัดค่าใช้จ่ายผ่านการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ
- ปรับปรุงประสบการณ์ลูกค้าด้วยการประมวลผลคำสั่งซื้อที่รวดเร็วขึ้น
- ทำให้การจัดการสินค้าคืนง่ายขึ้นด้วยโลจิสติกส์ย้อนกลับที่สะดวกยิ่งขึ้น
การจัดการคำสั่งซื้อแบบอัตโนมัติเปรียบเสมือนการมีเครื่องจักรที่หล่อลื่นดีเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจอีคอมเมิร์ซของคุณ โดยทุกส่วนไม่ว่าจะเป็นสินค้าคงคลังหรือการจัดส่งจะประสานงานกันได้อย่างลงตัว และต่อไปนี้คือประโยชน์บางส่วน
ลดการป้อนข้อมูลแบบแมนนวล
การป้อนข้อมูลแบบแมนนวลใช้เวลามากและอาจนำไปสู่ข้อผิดพลาดที่ก่อให้เกิดปัญหาในห่วงโซ่อุปทานได้ เมื่อลดข้อผิดพลาดจากฝีมือมนุษย์ในการประมวลผลคำสั่งซื้อและงานซ้ำซากอื่น ๆ ลง ภาระงานที่ต้องทำด้วยตนเองจึงจะหมดไป พร้อมทั้งเพิ่มความน่าเชื่อถือของกระบวนการจัดการคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นด้วย
เพิ่มประสิทธิภาพคลังสินค้าเพื่อการจัดการสินค้าคงคลังที่ดีขึ้น
การจัดการคำสั่งซื้อแบบอัตโนมัติจะช่วยปรับปรุงการจัดการคลังสินค้า ทำให้สามารถอัปเดตได้แบบเรียลไทม์และควบคุมระดับสต๊อกได้ดียิ่งขึ้น โดยหากมีระบบจัดการคลังสินค้าที่เหมาะสม ก็จะสามารถทำให้ขั้นตอนต่าง ๆ เป็นอัตโนมัติได้ ตั้งแต่การวางแผนอุปสงค์ (การคาดการณ์อุปสงค์ในอนาคต) ไปจนถึงการวางแผนสินค้าคงคลัง (การตัดสินใจว่าควรสั่งซื้อสินค้าเท่าไร)
การควบคุมการจัดการสินค้าคงคลังที่ดีขึ้น หมายความว่าธุรกิจอีคอมเมิร์ซสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันได้
ประหยัดค่าใช้จ่ายผ่านการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ
การทำให้กระบวนการจัดการคำสั่งซื้อเป็นอัตโนมัติสามารถช่วยประหยัดเงินได้ โดยกระบวนการที่ทำเป็นอัตโนมัติในศูนย์จัดการคำสั่งซื้อและศูนย์กระจายสินค้าจะช่วยลดต้นทุนแรงงานผ่านการลดความจำเป็นในการทำงานแมนนวลที่ทำเป็นประจำได้
นอกจากนี้ระบบอัตโนมัติยังจะช่วยปรับปรุงการดำเนินงาน ทำให้ได้รับส่วนลดการจัดส่งแบบกลุ่ม และใช้บรรจุภัณฑ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการจัดส่งลงไป นอกจากนี้การปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้อย่างรวดเร็ว ยังจะช่วยให้มีการจัดการสินค้าคงคลังและห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วย นำไปสู่การลดต้นทุนเพิ่มเติมด้วย
ปรับปรุงประสบการณ์ลูกค้าด้วยการประมวลผลคำสั่งซื้อที่รวดเร็วขึ้น
ลูกค้าคาดหวังการจัดส่งที่รวดเร็วและแม่นยำเมื่อช็อปปิ้งออนไลน์ ซึ่งการทำกระบวนการจัดการคำสั่งซื้อให้เป็นอัตโนมัติก็จะสามารถช่วยเหลือในด้านนี้ได้ เนื่องจากจะทำให้บริการได้เร็วขึ้นและเชื่อถือได้มากขึ้น และส่งผลโดยตรงต่อความพึงพอใจของลูกค้า
นอกจากนี้ระบบอัตโนมัติในการจัดการคำสั่งซื้อยังจะช่วยลดโอกาสเกิดความล่าช้าและข้อผิดพลาด ส่งผลให้ประสบการณ์การช็อปปิ้งออนไลน์เป็นไปในเชิงบวกมากขึ้น
ทำให้การจัดการสินค้าคืนง่ายขึ้นด้วยโลจิสติกส์ย้อนกลับที่สะดวกยิ่งขึ้น
การรับคืนสินค้าเป็นส่วนหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของการดำเนินธุรกิจอีคอมเมิร์ซ จึงควรใช้งานซอฟต์แวร์จัดการคำสั่งซื้อแบบอัตโนมัติ เนื่องจากจะจัดการกระบวนการคืนสินค้าทั้งหมด ตั้งแต่การรับพัสดุที่ศูนย์จัดการคำสั่งซื้อไปจนถึงการอัปเดตสินค้าคงคลังภายในร้าน
วิธีนำการจัดการคำสั่งซื้อแบบอัตโนมัติมาใช้
- ประเมินการดำเนินงานจัดการคำสั่งซื้อที่มีอยู่
- เลือกซอฟต์แวร์จัดการคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่ง
- ผสานรวมกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ
- ทำการจัดการสินค้าคงคลังให้เป็นอัตโนมัติ
- เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของคลังสินค้า
- ปรับปรุงกระบวนการจัดส่ง
- ใช้การจัดการสินค้าคืนแบบอัตโนมัติ
- ตรวจสอบและปรับปรุงกระบวนการจัดการคำสั่งซื้อ
ต่อไปนี้คือคู่มือทีละขั้นตอนเพื่อช่วยนำทางกระบวนการทำให้ระบบจัดการคำสั่งซื้อเป็นอัตโนมัติ
1. ประเมินการดำเนินงานจัดการคำสั่งซื้อที่มีอยู่
ตรวจสอบระบบจัดการคำสั่งซื้อปัจจุบันเพื่อระบุจุดที่ไม่มีประสิทธิภาพและพื้นที่ที่ต้องป้อนข้อมูลด้วยตนเอง พร้อมทั้งติดตามตัวชี้วัดต่าง ๆ เช่น เวลาในการจัดส่งและอัตราความแม่นยำของคำสั่งซื้อ เพื่อให้ทราบจุดเริ่มต้นในกระบวนการเสริมความสามารถดังกล่าว
2. เลือกซอฟต์แวร์ระบบจัดการออเดอร์อัตโนมัติที่แข็งแกร่ง
เลือกโซลูชันจัดการคำสั่งซื้อที่มีฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น
- การติดตามสินค้าคงคลังแบบเรียลไทม์
- การซิงค์คำสั่งซื้ออัตโนมัติ
- อัลกอริทึมการจัดส่ง
- ความสามารถในการผสานรวม
โดย Shopify Fulfillment Network มีฟีเจอร์เหล่านี้ทั้งหมด รวมถึงความสามารถอื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อให้ผู้ใช้สามารถแปลงกระบวนการส่วนใหญ่ให้เป็นกระบวนการอัตโนมัติได้ พร้อมด้วยการเลือกสรรตัวเลือกการจัดส่งที่คุ้มค่าที่สุด ซึ่งเพียงมีบัญชี Shopify ก็จะสามารถเริ่มต้นได้ทันที ทั้งนี้การรวมศูนย์ฟังก์ชันดังกล่าวก็จะช่วยให้สามารถติดตามผลแบบเรียลไทม์และดำเนินการได้เร็วขึ้น ทำให้กระบวนการจัดการคำสั่งซื้อโดยมากมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
3. ผสานรวมกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ
เชื่อมโยงแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซกับซอฟต์แวร์จัดการคำสั่งซื้อที่เลือกไว้ และถ่ายโอนข้อมูลโดยอัตโนมัติเพื่อให้สินค้าคงคลังและการประมวลผลคำสั่งซื้อเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ โดยการผสานรวมนี้จะเป็นรากฐานสำคัญของการจัดการคำสั่งซื้อแบบอัตโนมัติ ทำให้คำสั่งซื้อส่งผ่านจากร้านค้าออนไลน์ไปยังศูนย์กระจายสินค้าได้อย่างราบรื่น
Shopify's Fulfillment Orders API จะช่วยให้สามารถผสานรวมบริการจัดการคำสั่งซื้อจากภายนอกได้อย่างราบรื่น พร้อมทั้งซิงค์ข้อมูลคำสั่งซื้อ ระดับสินค้าคงคลัง และข้อมูลการจัดส่งระหว่างแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซกับโซลูชันจัดการคำสั่งซื้อที่เลือกไว้ได้โดยอัตโนมัติ
4. ทำการจัดการสินค้าคงคลังให้เป็นอัตโนมัติ
โซลูชันการจัดการสินค้าคงคลังขั้นสูงมีฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น การแจ้งเตือนการเติมสต๊อกอัตโนมัติและการวิเคราะห์เชิงคาดการณ์สำหรับการวางแผนความต้องการ ผู้ประกอบการจึงสามารถใช้เครื่องมือเหล่านี้เพื่อริเริ่มการใช้งานแนวปฏิบัติสินค้าคงคลังอย่างทันท่วงที (just-in-time inventory practices) ได้ เป็นการช่วยลดต้นทุนการจัดเก็บลงไป
Shopify POS ผสานรวมการขายในร้านเข้ากับการขายออนไลน์ ช่วยให้ผู้ค้าปลีกสามารถจัดการสินค้าคงคลังและระดับสต๊อกจากส่วนกลางได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเพิ่มการมองเห็นและควบคุมสต๊อกได้ดียิ่งขึ้น
5. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของคลังสินค้า
หากจัดการคลังสินค้าเองควรนำระบบจัดการคลังสินค้า (Warehouse Managaement System หรือ WMS) ที่ทำให้กระบวนการสำคัญต่าง ๆ เป็นอัตโนมัติมาใช้งาน โดยอัลกอริทึมการจัดวางสินค้าในคลังและกระบวนการคัดเลือกและบรรจุอัตโนมัติจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพพื้นที่และทรัพยากรของคลังสินค้าได้
การทำงานของคลังสินค้าที่เป็นอัตโนมัติอย่างเหมาะสมจะสามารถลดข้อผิดพลาดจากมนุษย์ได้อย่างมาก รวมถึงเร่งกระบวนการจัดการคำสั่งซื้อได้ทั้งหมด
6. ปรับปรุงกระบวนการจัดส่ง
บูรณาการโซลูชันการจัดส่งแบบอัลกอริทึมที่เลือกผู้ให้บริการจัดส่งที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำสั่งซื้อโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะเป็นอัลกอริธึมที่ใช้งานปัจจัยต่าง ๆ เช่น ต้นทุน ปลายทาง และน้ำหนักพัสดุ มากำหนดว่าผู้ให้บริการรายใดเหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละคำสั่งซื้อ เป็นการช่วยลดต้นทุนและเร่งเวลาในการจัดการคำสั่งซื้อลงไป ทั้งนี้การใช้งานฟีเจอร์การพิมพ์ฉลากอัตโนมัติและการประมวลผลแบบกลุ่มยังจะช่วยเร่งการจัดส่งได้อีกด้วย
Shopify Shipping ปรับปรุงกระบวนการจัดส่ง นำเสนออัตราส่วนลดและช่วยให้พิมพ์ฉลากและจัดการคำสั่งซื้ออย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นได้ภายในแพลตฟอร์มเดียว โดยกระบวนการอัตโนมัติเหล่านี้จะสามารถช่วยลูกค้าประหยัดค่าจัดส่งได้เป็นอย่างมาก นับเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขัน
และแม้จะไม่ได้ใช้บริการ Shopify Shipping กระบวนการจัดการคำสั่งซื้อส่วนอื่น ๆ ก็ยังสามารถทำให้เป็นอัตโนมัติได้ด้วย โดย Shopify Flow เครื่องมือระบบอัตโนมัติมีเทมเพลตที่กำหนดค่าไว้ล่วงหน้าซึ่งสามารถทำงานจัดการคำสั่งซื้อต่าง ๆ ได้ เช่น
- ส่งการแจ้งเตือนสต๊อกต่ำก่อนที่สินค้าจะหมด
- สั่งซื้อสินค้าใหม่อัตโนมัติเพื่อให้มั่นใจว่ามีสินค้าคงคลังอย่างต่อเนื่อง
- สร้างแท็กคำสั่งซื้อ ใบแพ็ค รวมถึงฉลากจัดส่ง
- จัดลำดับความสำคัญของคำสั่งซื้อสำหรับการจัดการ
- เลือกผู้ให้บริการจัดส่งตามเกณฑ์ของคำสั่งซื้อ
ตัวอย่างเช่น สามารถกำหนดค่า Shopify Flow ให้จัดลำดับความสำคัญของคำสั่งซื้อจากลูกค้าที่จ่ายค่าจัดส่งด่วน กล่าวคือคำสั่งซื้อเหล่านี้จะถูกส่งไปยังผู้ให้บริการจัดส่งที่รวดเร็วซึ่งสามารถรับประกันการจัดส่งในวันถัดไปได้โดยไม่ต้องป้อนข้อมูลด้วยตนเอง ทำให้ผู้ขายสามารถมุ่งเน้นไปยังกระบวนการที่สามารถทำได้ดีอย่างการขายได้
7. ใช้การจัดการสินค้าคืนแบบอัตโนมัติ
ใช้แพลตฟอร์มจัดการสินค้าคืนเฉพาะทางที่ทำให้กระบวนการคืนสินค้าเป็นอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยเร่งกระบวนการสำหรับลูกค้าและทำให้การหมุนเวียนสินค้าคงคลังเร็วขึ้น
นอกจากนี้เพื่อเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า ผู้ประกอบการยังจะควรใช้งานฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น การสร้างใบอนุญาตคืนสินค้า (Return Merchandise Authorization หรือ RMA) อัตโนมัติ การอัปเดตสินค้าคงคลังแบบเรียลไทม์เมื่อได้รับสินค้าคืน รวมถึงการคืนเงินอัตโนมัติด้วย
8. ตรวจสอบและปรับปรุงกระบวนการจัดการคำสั่งซื้อ
ตรวจสอบระบบจัดการคำสั่งซื้อแบบอัตโนมัติเป็นประจำเพื่อค้นหาจุดที่ไม่มีประสิทธิภาพและด้านที่ต้องปรับปรุง โดยสามารถใช้งานตัวชี้วัดประสิทธิภาพหลัก (Key Performance Indicator หรือ KPI) เช่น ความแม่นยำของคำสั่งซื้อ ต้นทุนการจัดการคำสั่งซื้อ รวมถึงคะแนนความพึงพอใจของลูกค้า เพื่อวัดประสิทธิผลของระบบอัตโนมัติ
ปรับเปลี่ยนขั้นตอนการทำงาน การกำหนดค่าซอฟต์แวร์ รวมถึงกลยุทธ์การจัดการสินค้าคงคลังตามข้อมูล เพื่อให้มั่นใจว่ามีการเพิ่มประสิทธิภาพอยู่อย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น หากใช้เวลา 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในการเขียนแท็กคำสั่งซื้อ รวมแล้วนั่นอาจเป็นเวลามากกว่า 100 ชั่วโมงต่อปีที่สามารถประหยัดได้ด้วย Shopify Flow
การผสานรวมระบบจัดการออเดอร์อัตโนมัติเข้ากับห่วงโซ่อุปทาน
ทั่วไปแล้ว ทีมจัดการคำสั่งซื้อจะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลการขายหรือสินค้าคงคลังได้ เนื่องจากจะทำงานจากระบบจัดการคลังสินค้าที่แยกส่วน ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่เก็บข้อมูลสินค้าคงคลังและคำสั่งซื้อเฉพาะของศูนย์จัดการคำสั่งซื้อของตน
แพลตฟอร์มคอมเมิร์ซแบบรวมศูนย์อย่าง Shopify จึงมีความแตกต่าง เนื่องจากจะนำข้อมูลจากหลายแหล่งมารวมไว้ในแดชบอร์ดเดียว ทำให้แทนที่จะต้องอัปเดตซัพพลายเออร์และพาร์ตเนอร์ที่จัดการคำสั่งซื้อด้วยข้อมูลสินค้าคงคลังหรือผลิตภัณฑ์ด้วยตนเอง ผู้ใช้จะได้รับการอัปเดตแบบเรียลไทม์และอัตโนมัติโดยการผสานรวม WMS เข้ากับบัญชี Shopify นับว่าเป็นทิศทางที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการจัดการคำสั่งซื้อแบบหลายช่องทาง เนื่องจากอาจมีคำสั่งซื้อเข้ามาจากช่องทางออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ และอื่น ๆ จากผู้ซื้อในร้านที่ใช้บริการจัดส่งถึงบ้านด้วย
ดังนี้เองแดชบอร์ดรวมศูนย์สำหรับข้อมูลการจัดการคำสั่งซื้อและสินค้าคงคลังจึงจะช่วยให้มั่นใจว่ามีสินค้าเพียงพอที่จะให้บริการลูกค้า และมีกระบวนการที่สอดคล้องกัน ไม่ว่าจะสั่งซื้อจากที่ใดก็ตาม
กลยุทธ์สำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพระบบอัตโนมัติของห่วงโซ่อุปทาน
การจัดการคำสั่งซื้อเป็นเพียงส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทาน เนื่องจากมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในเครื่องมือระบบอัตโนมัติทั่วทั้งอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ เช่น
- การวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ แทนที่จะตัดสินใจโดยอิงจากข้อมูลในอดีตเพียงอย่างเดียว แนวทางนี้จะรวมข้อมูลไปกับแนวโน้มตามฤดูกาลและสภาวะตลาด โดยโซลูชัน WMS อัตโนมัติส่วนใหญ่มีการวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ประเภทนี้เพื่อคาดการณ์ความต้องการและเพิ่มประสิทธิภาพระดับสินค้าคงคลัง
- ระบบจัดเก็บและเรียกคืนอัตโนมัติ (Automated Storage and Retrieval System หรือ AR/RS) ระบบอัตโนมัติเหล่านี้สามารถคัดเลือกและบรรจุสินค้าได้โดยไม่ต้องให้ทีมคลังสินค้าค้นหาด้วยตนเอง ช่วยลดเวลาในการเดินทางและทำให้สามารถจัดการคำสั่งซื้อได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
- การออกใบแจ้งหนี้และการชำระเงินอัตโนมัติ การชำระเงินตรงเวลาจะช่วยรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับซัพพลายเออร์ ซึ่งทำให้มั่นใจได้ว่าจะมีสินค้าคงคลังอย่างต่อเนื่อง โดยเครื่องมืออย่าง Shopify Bill Pay จะช่วยทำให้การชำระเงินเหล่านี้เป็นอัตโนมัติเพื่อปรับปรุงกระแสเงินสดและหลีกเลี่ยงค่าปรับชำระล่าช้า
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับระบบจัดการออเดอร์อัตโนมัติ
การจัดการคำสั่งซื้อมีประเภทใดบ้าง
ประเภทการจัดการคำสั่งซื้อ ได้แก่ การจัดการคำสั่งซื้อโดยตรง การจัดการคำสั่งซื้อโดยบุคคลที่สาม (3PL) รวมถึงดรอปชิปปิ้ง โดยแต่ละตัวเลือกมีระดับความเป็นเจ้าของและการควบคุมสินค้าคงคลังที่แตกต่างกัน
ทำกระบวนการสั่งซื้อให้เป็นอัตโนมัติได้อย่างไร
การทำกระบวนการสั่งซื้อให้เป็นอัตโนมัติเกี่ยวข้องกับการผสานรวมซอฟต์แวร์เฉพาะทางที่ปรับปรุงการจัดการสินค้าคงคลัง การประมวลผลคำสั่งซื้อ รวมถึงการจัดส่งเข้าด้วยกันเพื่อแทนที่แรงงานด้วยตนเองผ่านขั้นตอนการทำงานอัตโนมัติ
ธุรกิจประเภทใดเหมาะสมที่สุดสำหรับโซลูชันการจัดการคำสั่งซื้อแบบอัตโนมัติ
ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ผู้ค้าปลีกที่มีปริมาณคำสั่งซื้อสูง รวมถึงองค์กรที่มีห่วงโซ่อุปทานที่ซับซ้อนเหมาะสมที่สุดสำหรับโซลูชันการจัดการคำสั่งซื้อแบบอัตโนมัติ เนื่องจากต้องการความรวดเร็ว ความแม่นยำ และประสิทธิภาพดี
ระบบจัดการออเดอร์อัตโนมัติมีค่าใช้จ่ายเท่าไร
สามารถทำให้การจัดการคำสั่งซื้อเป็นอัตโนมัติได้ฟรีโดยใช้ Shopify Flow ทั้งนี้ผู้ขายที่มีแพลน Shopify สามารถใช้แอปเพื่อทำให้ขั้นตอนทำงานต่าง ๆ เป็นอัตโนมัติได้ เช่น การกำหนดเส้นทางคำสั่งซื้อ การเลือกผู้ให้บริการจัดส่ง รวมถึงการสร้างฉลากจัดส่ง
เลือกผู้ให้บริการระบบจัดการออเดอร์อัตโนมัติที่เหมาะสมได้อย่างไร
หากทำงานกับ 3PL ที่ทำการจัดการคำสั่งซื้อแบบอัตโนมัติ ควรตรวจสอบว่าระบบของพวกเขาผสานรวมกับระบบของคุณได้หรือไม่ โดย Shopify's Fulfillment Orders API จะช่วยให้ผู้ให้บริการภายนอกสามารถซิงค์ข้อมูลคำสั่งซื้อ ลูกค้า รวมถึงการจัดส่งระหว่าง Shopify admin กับซอฟต์แวร์ระบบอัตโนมัติการจัดการคำสั่งซื้อของพวกเขาได้

